เปิดใจ ลูกสาว "ลุงสมนิจ" ยืนยันไม่ได้รู้เห็นเรื่องรับบริจาค-ไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่รู้ว่าพ่อทำแบบนั้นไปเพื่ออะไร เพียงแค่เห็นข่าวเลยโพสต์ตามหาพ่อ หลังไม่ได้เจอกันนาน 7-8 ปี
จากการณี ได้สอบปากคำนายสมนิจ อายุ 50 ปี ภายหลังจากที่ น.ส.กรวิภา อายุ 25 ปี ผู้เสียหาย ได้เดินทางเข้าแจ้งความ นายสมนิจ อายุ 50 ปี หลังถูกนำชื่อไปแอบอ้างว่า เป็นภรรยาที่กำลังท้องลูกสาวอายุครรภ์ 4 เดือน ทำงานเป็นเสมียน โซนออฟฟิศชั้น 4 ของอาคาร สตง. ที่กำลังก่อสร้าง ซึ่งได้พังถล่มลงมาเมื่อวันที่ 28 มี.ค. 68 จนมีคนหลงเชื่อ และมีคนโอนเงินช่วยเหลือ ก่อนจะถูกจับกุมตัวได้ขณะเดินทางด้วยรถจักรยานยนต์ไปยังหมอชิต เมื่อช่วงเย็นงานนี้ (31 มี.ค. 68)
ด้าน น.ส.มณีรัตน์ อายุ 33 ปี ซึ่งเป็นลูกสาวนายสมนิจ ได้เดินทางมาจาก จ.ชลบุรี เพื่อมาตามหาพ่อ พร้อมร้องขอความเป็นธรรมผ่านสื่อ โดยน.ส.มณีรัตน์ กล่าวว่า ในเรื่องที่พ่อไปบอกว่า ภรรยาตั้งท้อง 4 เดือน ตนไม่ทราบเลย เพราะตนไม่ได้ติดต่อกับพ่อมานานแล้ว และตนก็ไม่สามารถยืนยันได้ว่าจริงหรือไม่จริง ตนไม่ได้ติดต่อพ่อมา 7-8 ปีแล้ว ด้วยความที่ตนไม่ได้ติดต่อพ่อมานาน และในฐานะที่ตนเป็นลูกก็อยากรู้ว่าพ่อเป็นอยู่อย่างไร
ในจังหวะนั้นมีตึกถล่ม ตนจึงได้เห็นฟีดพ่อขึ้นมาที่ไปนั่งรอแฟนท้อง 4 เดือน ติดอยู่ในตึก ว่าทำไมหน้าเหมือนพ่อตน ตนจึงไปดูในข่าว พยายามหาชื่อว่าใช่ชื่อพ่อตนหรือไม่ พอตนตรวจพบว่าใช่จริง ๆ ก็พยายามติดต่อเพจที่เอาข่าวพ่อลงว่านั่นเป็นพ่อของตนเอง ที่ตนทำแบบนั้นเพราะตนอยากติดต่อพ่อ ตนไม่ได้มีเจตนาอย่างอื่นว่า เพียงแค่อยากตนเจอพ่อ ซึ่งตนโพสต์ไปว่าใครมีเบอร์ติดต่อผู้ชายคนนี้โปรดให้เขาติดต่อกลับมาหาตน เขาเป็นพ่อตนไม่ได้เจอมา 7-8 ปี
น.ส.มณีรัตน์ กล่าวต่อว่า ตนไม่ทราบเรื่องการรับบริจาคเลย แต่มีการบอกว่าทางพ่อตนได้ขอรับบริจาค ตนไม่ทราบว่าเรื่องจริง ๆ มันเป็นยังไง บางสื่อที่ได้ดูไลฟ์สดก็มีการให้เงินไปจริง ๆ พอมีการบอกว่าพ่อตนเป็นมิจฉาชีพ มาโกหกว่าเมียติดในตึก ก็ได้คืนเงินทั้งหมดไป ณ ตรงนั้น เดี๋ยวนั้นแล้ว จึงไม่ได้อะไร
พอผ่านตรงนั้น ไปสักพักก็เกิดการโยงหาว่าพ่อกินเหล้าเมา มาหลอกขอตังค์ไปกินเหล้า จึงกลายเป็นประเด็นดรามา ตอนนี้ตนก็พยายามติดต่อไปกับคนที่บอกว่าเจอตัวพ่อตน เพราะบางท่านก็บอกเจอตัวพ่อตน ตนก็บอกขอคุยขอได้ยินเสียงพ่อก่อนได้ไหมซึ่งก็ไม่ได้มีการยืนยันว่าอยู่กับพ่อตนจริง โดยตนก็ได้นัดเจอเขาตามที่เขาแนะนำ ตนติดต่อไปล่าสุดตนก็ไม่รู้ว่าเขาจะเอาอย่างไร สุดท้ายก็ไม่ได้อยู่กับพ่อ พ่อเดินหายไปไหนก็ไม่รู้ ตนก็ไม่ทราบเหตุผลว่าพ่อไปทำแบบนั้นทำไม ไปนั่งรออยู่ 2-3 วันเพื่ออะไร ส่วนเรื่องบริจาคตนไม่รู้ว่าเขารับบริจาคอย่างไร โอนเงินเข้าทางไหน มีหลักฐานหรือไม่ที่ไปขอรับบริจาคแบบเรี่ยไรเงิน
ตอนนี้กระแสก็ตีมาหาตนกับพ่อว่ารวมหัวกันเป็นมิจฉาชีพ ว่าตนรู้เห็นเป็นใจกับพ่อ ตนไม่ได้ติดต่อพ่อมานานจริง ๆ ไม่ใช่ติดต่อไม่ได้ ตอนที่ไม่มีโทรศัพท์ ณ ตอนนี้ พอเกิดเรื่องลุงที่บ้านก็ติดต่อมาหาตนถามตนว่าติดต่อพ่อได้ไหม ตนก็ถามกลับว่าเกิดอะไรขึ้น เพราะตอนแรกตนคิดว่าพ่ออยู่ที่บ้าน แล้วทำไมถึงมามีเรื่องตรงนี้ได้ ลุงเลยบอกว่าพ่อหนีมา ตามตัวไม่ได้แล้ว 4 ปี ก็เลยถามลุงว่าทำอย่างไรในเมื่อพ่อติดเหล้า เมาไม่รู้เรื่องจึงมาทำเรื่องแบบนี้
ตนอยากขอโทษทางสังคมกับสิ่งที่พ่อตนได้กระทำด้วยอะไรก็แล้วแต่ โดยตนมีเจตนาที่โพสต์ตามหาพ่อ ไม่ได้รู้เห็นกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เรื่องบริจาคตนก็ไม่รู้ เพราะตนไม่สามารถติดต่อพ่อได้เลย จึงทำให้ไม่ทราบว่าต้นสายปลายเหตุคืออะไร แต่ก็อยากให้สังคมรู้ว่าตนไม่ได้เกี่ยวข้อง ไม่ได้รู้เห็นเป็นใจในการรับบริจาค ตนไม่ได้แก้ตัว แต่อยากให้เข้าใจตนบ้าง เพราะตั้งใจมาตามหาพ่อจริง ๆ เพื่อที่จะยุติปัญหาตรงนี้ที่พ่อตนได้กระทำ จึงอยากขอความเป็นธรรมกับสังคมด้วย