"ทวี" เผยดีเอสไอตั้งเป้า 3 ปม สอบตึก สตง.ถล่ม “ธุรกิจนอมินี-เหล็กไม่ได้มาตรฐาน-ฮั้วประมูล” นายกฯอิ๊งค์ สั่งยุติธรรม-พาณิชย์ สอบบริษัทนอมินี ทำ GDP ประเทศโต แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์
วันนี้ (1 เม.ย.68) พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม เปิดเผยถึงแนวทางการตรวจสอบประเด็นเหตุตึกสำนักงานตรวจเงินแผ่นดิน (สตง.) แห่งใหม่ ถล่มหลังเหตุแผ่นดินไหว เบื้องต้นตั้งไว้ 3 ประเด็นที่อาจเข้าข่ายความผิด ดังนี้
1. การประกอบธุรกิจโดยคนต่างด้าวที่ใช้นอมินี ถือเป็นเรื่องสำคัญ จากการตรวจสอบเบื้องต้นงบการเงินของบริษัทขาดทุนมาตลอด ไม่เสียภาษี และนำเงินของบริษัทให้กรรมการบริษัทกู้จำนวนกว่า 2,000 ล้านบาท แม้สัดส่วนในการถือหุ้นส่วนต่างชาติสามารถถือได้ 49 % คนไทยถือได้ 51 % แต่อำนาจในการครอบงำเห็นได้จากอำนาจในการบริหาร ประกอบกับการตรวจสอบสถานที่ หรือกลุ่มคนเดียวกันมีบริษัทลักษณะนี้กว่า 10 บริษัท ทั้งนี้ พ.ร.บ. ประกอบธุรกิจบุคคลต่างด้าว เป็นความผิดแนบท้ายการสอบสวนของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ)
2. กรณีสินค้าไม่ได้มาตรฐานอุตสาหกรรมหรือไม่
3 เรื่องการฮั้วประมูล เบื้องต้นเห็นว่าการประมูลนั้นมีราคา ต่ำกว่าราคากลางอยู่เพียง 1 % โดยปกติการประมูลที่มีการแข่งขันควรจะอยู่ที่ 10-15 %
ผู้สื่อข่าวถามว่า บริษัทย่อยของบริษัทไชน่า เรลเวย์ นัมเบอร์เท็น ต้องเข้าไปตรวจสอบด้วยหรือไม่นั้น พ.ต.อ. ทวี กล่าวว่า ทราบจากอธิบดีดีเอสไอ ว่า วันนี้ (1 เม.ย.68) จะมีการประชุมเรื่องหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง โดยสิ่งที่ต้องเร่งทำ คือ ตรวจสอบว่ามีการกระทำผิดหรือไม่ เพราะเกิดเหตุเพียงที่เดียว
นอกจากนี้ น.ส.แพทองธาร ชินวัตร นายกรัฐมนตรี สั่งการให้กระทรวงพาณิชย์ร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม ตรวจสอบธุรกิจนอมินี ที่ทำให้ GDP ของประเทศโต แต่คนไทยไม่ได้ประโยชน์ ต้องดูว่าการทำกฎหมายให้ธุรกิจของคนต่างด้าว เป็นไปตามกฎหมาย เงินจำนวนมากที่จะไหลไปให้คนต่างด้าวก็จะกลับมาที่คนไทย 51% โดยตนได้มอบหมายสำนักคดีความมั่นคง ดีเอสไอ ตรวจสอบภาพรวมของธุรกิจนอมินีทั้งหมด