ตำรวจไซเบอร์แนะให้เจ้าของตึก "สาธร ยูนีค" แจ้งความ หากได้รับผลกระทบจากข่าวปลอมขายตึก
วันนี้ ( 2 เม.ย.68) จากกรณีที่มีกระแสข่าวว่ามีนายหน้าอสังหาริมทรัพย์คนหนึ่งประกาศขายตึก "สาธร ยูนีค ทาวเวอร์" ซึ่งเป็นอาคารสูง 49 ชั้นที่ประสบปัญหาตั้งแต่วิกฤติต้มยำกุ้งจนปล่อยทิ้งร้างมานานเกือบ 30 ปี โดยประกาศขายในราคา 4,000 ล้านบาท และมีการโพสต์อัปเดตว่าขายตึกดังกล่าวได้แล้ว แต่เรื่องกลับพลิกผัน เมื่อต่อมา นายตามโพธ ต่อสุวรรณ ลูกชายของนายรังสรรค์ ต่อสุวรรณ เจ้าของตึกดังกล่าว ได้ออกมาโพสต์ชี้แจงว่าคุณพ่อไม่ได้ประกาศขายตึกแต่อย่างใด เพราะตึกนี้มีข้อพิพาทและคดีความฟ้องร้องกันอยู่ ทำให้เรื่องนี้กลายเป็น Fake news เกาะกระแสคู่มากับเหตุการณ์แผ่นดินไหวและตึก สตง. ถล่ม
ทีมข่าวจึงได้สอบถามไปยังพลตำรวจโท ไตรรงค์ ผิวพรรณ ผู้บัญชาการตำรวจสืบสวนสอบสวนอาชญากรรทางเทคโนโลยี ว่าจะสามารถดำเนินการอย่างไรกับ Fake News ดังกล่าวได้บ้างหรือไม่ ซึ่งพลตำรวจโทไตรรงค์ เปิดเผยว่า คดีลักษณะนี้เป็นความเสียหายต่อบุคคล หากเจ้าของตึกหรือผู้เกี่ยวข้องเห็นว่า Fake news ที่เผยแพร่ออกมา ทำให้เกิดความเข้าใจผิดและได้รับความเสียหายจากข่าวคราวดังกล่าว ก็สามารถมาแจ้งความได้ ตำรวจไซเบอร์ก็จะดำเนินคดีเรื่องของการนำเข้าข้อมูลอันเป็นเท็จสู่ระบบคอมพิวเตอร์ ส่วนหากไม่มีผู้เสียหายมาแจ้งความ ตำรวจไซเบอร์จะสามารถดำเนินคดีเองได้หรือไม่นั้น จะต้องไปดูในรายละเอียดของผู้โพสต์ประกาศขายตึกก่อน ว่ามีข้อความอย่างไร เจตนาอย่างไร มีพฤติการณ์ที่จะเข้าข่ายเสนอให้มีการปิดกั้นโพสต์หรือเจ้าของบัญชีดังกล่าวหรือไม่ เช่น การสร้างข่าวเท็จทำให้ประชาชนตื่นตระหนก เกิดความเสียงหายต่อประชาชนวงกว้าง
ซึ่งเบื้องต้นพบว่ายังเป็นความเสียหายต่อบุคคล คือเจ้าของตึก ดังนั้นเจ้าของตึกที่ได้รับความเสียหายควรเข้าแจ้งความ เพื่อให้เห็นว่าได้รับผลกระทบจากข่าวจริง ตำรวจก็จะสามารถดำเนินคดีได้