พบร่างผู้ติดค้างเพิ่ม 14 คน แต่ยังนำออกมาไม่ได้ ผู้ว่าฯ กทม. ยันไม่มีเดตไลน์หยุดช่วยเหลือ แต่จะปรับแผน เพิ่มการรื้อถอนด้วยเครื่องจักรหนักควบคู่ไปด้วย
วันนี้ ( 2 เม.ย.68) นายชัชชาติ สิทธิพันธุ์ ผู้ว่าราชการกรุงเทพมหานคร แถลงความคืบหน้าปฏิบัติการค้นหาผู้สูญหาย จากเหตุการณ์อาคารสำนักงานตรวจเงินแผ่นดินแห่งใหม่ที่กำลังก่อสร้างถล่ม ระบุว่า วันนี้ปฏิบัติการเข้าสู่วันที่ 5 แล้ว เมื่อคืนนี้ได้เริ่มใช้วิธีการยกชิ้นส่วนออก จนถึงช่วง 20.00 น. ยกออกไปประมาณ 10 ชิ้น น้ำหนักประมาณ 100 ตัน สามารถเปิดช่องว่างให้กู้ภัยเข้าไปดูด้านใน และทำหารค้นหาทั้งคืนจนถึงเช้า
โดยเมื่อคืนได้พบร่างผู้เสียชีวิตเพิ่มเติม 1 ราย และสามารถนำออกมาได้แล้ว แต่จากการค้นหามองเห็นอีกประมาณ 14 ร่างที่ยังติดค้างอยู่ตรงกลางระหว่าง 4 โซน ทั้งได้กลิ่น และมีกองเลือด แต่อุปสรรคคือสิ่งกีดขวางด้านใน เหล็กต่าง ๆ ทำให้ยังไม่สามารถนำร่างออกมาได้ ตอนนี้จึงเริ่มมีการปรับแผน นำเครื่องจักรหนักเข้ามาช่วย เป้าหมายคือพยายามจะไปถึงปล่องลิฟต์ และทางหนีไฟให้ได้ และยังใช้วิธีการมาร์คจุดว่า จุดไหน พบร่างผู้เสียชีวิตเป็นใคร อยู่บริษัทอะไร ก็เชื่อได้ว่า บริเวณใกล้เคียงกันจะมีคนงานที่อยู่บริษัทเดียวกันติดค้างอยู่
สถานการณ์ตอนนี้ จะเป็นการทำควบคู่กันไประหว่างการช่วยเหลือและการรื้อถอน ซึ่งจะค่อยๆ ปรับไปตามหน้างาน จะเริ่มมีการรื้อถอนมากขึ้น แต่เมื่อเห็นว่าต้องเอาทีมช่วยเหลือเข้า ทีมรื้อถอนก็จะหยุด เมื่อเห็นว่าช่วยเหลือต่อไม่ได้ ทีมรื้อถอนต้องเข้า ก็จะผลัดเปลี่ยนกัน ซึ่งเมื่อวานนี้ ได้ใช้การช่วยเหลือสลับกับรื้อถอนที่โซน B และ C ด้านหลัง ส่วนวันนี้ เป็นโซน A C และD ยืนยันยังทำเต็มที่ เมื่อช่วงบ่าย ได้รับแจ้งว่าเหตุการณ์ที่เมียนมา พบผู้รอดชีวิต ดังนั้น ในระยะเวลาหลังเกิดเท่ากัน ถ้าของเขาพบ ของเราก็ยังมีโอกาส แม้จะน้อยลง ต้องพูดความจริง ไม่โกหกตัวเอง แต่ก็จะทำในทุกมิติที่ทำได้ตามหลักสากล
ส่วนกรณีที่สังคมตั้งข้อสงสัยว่า ทำไมถึงไม่ใช้วิธีการยกเศษซากอาคารจากด้านบนลงมา เป็นเพราะ การรื้อเศษซากจากด้านล่างจะทำได้ไวกว่า เนื่องจากไม่มีอุปกรณ์เครื่องจักรหนักขนาดใหญ่และกำลังมากพอ ที่จะไปเริ่มรื้อถอนจากด้านบนที่อยู่สูง ทั้งนี้ ทีมงานนานาชาติต่างบอกว่า เคสนี้ซับซ้อนที่สุดที่เคยเจอ เพราะเป็นอาคารสูงที่ถล่มลงมาทีเดียว มีผู้ติดค้างอยู่มากพอสมควร แต่ก็ไม่ย่อท้อ จะทำตามแผนต่อไป อาจไม่ถูกใจบางคนต้องขอโทษด้วย แต่ทั้งหมดคือการไตร่ตรองร่วมกันของทุกทีมแล้ว โดยมีต่างชาติเป็นผู้แนะนำ และมีทีมไทยเป็นผู้ตัดสินใจ
นอกจากนี้ ยังได้มีการใช้ทีมจิตวิทยาเข้าไปพูดคุยทำความเข้าใจกับญาติผู้สูญหาย เพราะญาติก็มีอาการตกใจเมื่อเห็นว่านำเครื่องจักรหนักเข้าไป ก็ต้องทำความเข้าใจกับญาติว่า ยังไม่ได้หยุดค้นหาแต่เป็นการเร่งเปิดทางให้เร็วขึ้น ยืนยันไม่มีเดดไลน์ในการหยุดช่วยเหลือ แต่จะค่อยๆ เพิ่มการรื้อถอนให้มากขึ้นตามหน้างาน และจะค้นหาจนเจอจนครบ