คนเร่ร่อนไถค่าจอดรถข้างวัดดังกลางกรุง ไม่จ่ายโดนขู่

คนเร่ร่อนไถค่าจอดรถข้างวัดดังกลางกรุง ไม่จ่ายโดนขู่

View icon 223
วันที่ 27 เม.ย. 2568 | 15.14 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ปัญญหาที่ยังไม่ถูกแก้ไข นทท. จอดรถข้างวัดดังกลางกรุง ถูกคนเร่ร่อนไถค่าจอด ไม่จ่ายโดนขู่ หวั่นเกิดอันตราย

วันนี้ (27 เม.ย. 68) ผู้สื่อข่าวได้รับการร้องเรียนจากนักท่องเที่ยวบริเวณวัดสุทัศนเทพวรารามราชวรมหาวิหาร  กรุงเทพฯ ว่าได้ถูกคนจร หรือคนเร่ร่อน มาขู่เรียกเก็บเงินขณะนำรถมาจอดบริเวณรอบวัดดังกล่าว หากไม่ให้เกรงว่าจะได้รับอันตราย

นอกจากนี้ยังเป็นแหล่งมั่วสุมของคนไร้บ้าน มักจะมารวมตัวเสพยาเสพติด ซึ่งอาจจะไม่ปลอดภัยแก่เด็กนักเรียน นักศึกษา ที่จะต้องผ่านในบริเวณดังกล่าว

จากการลงพื้นที่สำรวจก็พบว่า มีนักท่องเที่ยวเดินทางมาทำบุญไหว้พระเป็นจำนวนมาก ซึ่งนักท่องเที่ยวนำรถเข้าไปจอดบริเวณเกาะกลางถนน และบริเวณรอบวัดแล้ว

ซึ่งสามารถจอดได้ตามปกติ ในเวลาที่ทางราชการกำหนด ก็จะมีกลุ่มบุคคลทั้งชาย และหญิง เข้ามาทำทีช่วยโบกรถ ซึ่งจากการสังเกตก็พบว่าไม่ได้เป็นเจ้าหน้าที่ของ กทม. หรือ เจ้าหน้าที่ของวัดดังกล่าวแต่อย่างใด

หลังจากจอดรถเสร็จแล้ว ก็จะดำเนินการเรียกเก็บเงินเป็นค่าจอด มีทั้ง 20-100 บาท หากให้น้อยกว่านั้น หรือ ไม่ยอมจ่าย ก็จะมีท่าทีโมโหส่งเสียงดัง

นอกจากนี้ยังไม่รับรองความปลอดภัยของรถที่มาจอดอีกด้วย ซึ่งสร้างความหวั่นวิตกให้กับนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาที่วัด รวมถึงความเดือดร้อนรำคาญให้กับชาวบ้านในบริเวณดังกล่าว

อีกทั้งยังมีพฤติกรรมของวิน จยย. ซึ่งหลังจากที่นำรถยนต์มาจอดที่บริเวณโดยรอบ ซึ่งสามารถจอดได้ถึงในเวลา 15.00 น. เท่านั้น หากจอดเกินแค่นาทีเดียวก็จะมีเจ้าหน้าที่ตำรวจมาเขียนใบสั่ง แล้วดำเนินการล็อกล้อทันที

จากนั้นก็มีวิน จยย. มาทำทีให้ความช่วยเหลือ โดยอ้างว่าจะนำใบสั่งไปจ่ายให้กับตำรวจได้ โดยที่เจ้าของรถไม่ต้องเดินทางไปเอง แลกกับค่าบริการ 100-200 บาท ทั้งที่สถานีตำรวจอยู่ห่างเพียงไม่กี่เมตรเท่านั้น

นอกจากนี้ผู้สื่อข่าวยังรายงานด้วยว่า ก่อนหน้านี้ได้มีการเรียกประชุมทั้ง เจ้าหน้าที่วัดสุทัศนเทพวรารามฯ ตัวแทนจาก โรงเรียนวัดสุทัศน์ , โรงเรียนเบญจมราชาลัย ในพระบรมราชูปถัมภ์ , โรงเรียน ภารตวิทยาลัย , เจ้าหน้าที่สำนักงานเขต และ เจ้าหน้าที่ตำรวจจราจร ซึ่งได้มีมติจะดำเนินการทุบเกาะกลางถนนออกเพื่อปรับปรุงเพิ่มที่จอดรถ และแก้ปัญหาเก็บเงินค่าจอดรถ แต่ก็ไม่ได้รับการแก้ไขแต่อย่างใด จนปล่อยให้ปัญหาลุกลามบานปลายถึงปัจจุบัน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง