ห้องข่าวภาคเที่ยง - เหตุสลดที่จังหวัดภูเก็ต เกิดจากพฤติกรรมของคนเพียงคนเดียว ที่ไม่ยอมหลบให้รถพยาบาล จนคนไข้เสียชีวิต
คนเราเมื่อได้ยินเสียงไซเรนแล้ว ควรจะหลบ หรือ หลีกให้รถพยาบาลไปได้สะดวกนั่นหมายถึงวินาทีชีวิตความเป็นความตายของคนในรถ แต่ต่างจากแท็กซี่สาธารณะ ป้ายเขียว คันนี้ ที่ขับอยู่ไม่หลบทางให้ ทั้ง ๆ ที่ได้ยินเสียงไซเรนดังสนั่น แต่กลับฝืนจะไปต่อซึ่งถนนก็ค่อนข้างแคบด้วย จนรถแท็กซี่หักมาชนรถพยาบาล ทำให้รถพยาบาลจอดติดแง่ก เสียเวลา
แต่สิ่งที่แท็กซี่คันนี้ทำ มันส่งผลร้ายมากว่านั้น เพราะภายในรถมีผู้ป่วย คือ นายประดิษฐ์ อายุ 77 ปี ที่หน้ามืด วูบหมดสติ คาดจากภาวะโรคหัวใจ โรคประจำตัว เมื่อเช้าวานนี้ ระหว่างดูคนงานเก็บสตอในสวน จนญาติรีบประสาน อบต.กมลา นำส่ง ก่อนจะมาเปลี่ยนขึ้นรถพยาบาล ที่ถนนกมลาป่าตอง มุ่งหน้าเข้าเมืองภูเก็ต แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดตามคลิปภาพ จนรถนำส่งผู้ป่วยไม่ทัน แพทย์ก็พยายามปั้มหัวใจช่วย แต่ก็ยื้อชีวิตผู้ป่วยไว้ไม่ได้ เสียชีวิตในเวลาต่อมา
ด้านครอบครัวของผู้เสียชีวิต เสียใจเป็นอย่างมากกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ตอนแรกพ่อยังดูแข็งแรง แต่พอวูบล้มลงก็รีบไปโรงพยาบาล แต่ไม่คิดว่าจะเกิดเหตุแบบนี้ และหลังเกิดเหตุ ฝั่งคนขับแท็กซี่ ก็ยังไม่ติดต่อขอโทษ หรือชี้แจงใด ๆ
มาดูด้านคดีความกันบ้าง ตอนแรกที่เกิดเหตุ ตำรวจ สภ.ป่าตอง ได้เข้าไปดูที่เกิดเหตุ แต่ได้แจ้งข้อหาทั้งแท็กซี่และรถพยาบาลว่าประมาทร่วม สังคมเลยตั้งคำถามว่าใช่หรือ แต่หลังจากเรื่องนี้มีการถูกแชร์ออกไป ทางตำรวจ สภ.ป่าตอง เตรียมเรียกคนขับรถแท็กซี่ และรถพยาบาลมาให้ปากคำเพิ่มเติม ซึ่งยืนยันว่าจะมีการแจ้งข้อหาเพิ่มกับคนขับแท็กซี่อย่างแน่นอน แต่ต้องรอสอบปากคำและรวบรวมพยานหลักฐานก่อน
ข้อกฎหมาย ผู้ที่ขับขี่รถทุกประเภท ที่ไม่หลบให้รถพยาบาล หรือ รถฉุกเฉิน ก็มีความผิดตามกฎหมายจราจร เสียค่าปรับไม่เกิน 500 บาท แต่ถ้าทำให้ผู้ป่วยในรถถึงแก่ความตาย จะมีความผิดตามกฎหมายอาญา คือ จำคุกไม่เกิน 10 ปี ปรับไม่เกิน 200,000 บาท ด้วย