ศาลอาญาคดีทุจริตฯ ยกฟ้อง “ทนง-พิทยะ” อดีตประธานบอร์ดบินไทย และพวก คดีแทรกแซงจัดซื้อเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ ชี้ หลักฐานโจทก์มีน้ำหนักไม่พอ
วันนี้ (29 เม.ย.68) ที่ศาลอาญาคดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง ศาลนัดอ่านคำพิพากษาในคดีอาญา หมายเลขดำ อท 152/2567 ที่คณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) เป็นโจทก์ยื่นฟ้อง นายทนง พิทยะ อดีตประธานกรรมการบริษัท การบินไทย จำกัด (มหาชน) และที่ปรึกษาอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของบริษัทฯ และนายกวีพันธ์ อดีตรองกรรมการผู้อำนวยการใหญ่ฝ่ายการเงินและการบัญชี ฝ่ายบริหารงานนโยบายบริษัทฯ และอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของบริษัทฯ เป็นจำเลยที่ 1- 2 ฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น ตามพระราชบัญญัติว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์การหรือหน่วยงานของรัฐ พ.ศ. 2502 มาตรา 8
คดีนี้โจทก์ฟ้องว่า จำเลยที่ 1 ใช้อำนาจในตำแหน่งขณะเป็นประธานกรรมการบริษัทฯ เข้าไปก้าวก่าย แทรกแซง ครอบงำ การปฏิบัติหน้าที่ของฝ่ายจัดการ หรือฝ่ายบริหารอนุกรรมการพิจารณาแผนการลงทุนระยะยาวของบริษัทฯ ในการพิจารณาการเพิ่ม ลดจำนวนเครื่องบิน การจัดหาเครื่องยนต์และอะไหล่เครื่องบิน ตลอดจนการจัดหาเครื่องบินและเครื่องยนต์โดยมุ่งหมายให้มีการพิจารณาเปรียบเทียบเฉพาะเครื่องบินพิสัยไกลขนาดกลาง (LM) เพียง A340-600 กับ B777-200ER ซึ่งเป็นเครื่องบินที่ติดตั้งด้วยเครื่องยนต์ยี่ห้อโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ทั้งที่บริษัทเคยประสบปัญหาค่าซ่อมเครื่องยนต์ของโรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) ในราคาสูงมาก และเครื่องยนต์ TRENT มีแหล่งซ่อมน้อยมาก
การกระทำของจำเลยที่ 1-2 ซึ่งมีหน้าที่ทำ จัดการ เกี่ยวกับจัดหาเครื่องบินโบอิง B777-200ER จำนวน 6 ลำ และเครื่องยนต์โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) TRENT 892 สำหรับเครื่องบินดังกล่าว รวมทั้งเครื่องยนต์สำรอง-อะไหล่โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) TRENT 892 สำหรับโบอิง รวมทั้งเครื่องยนต์สำรอง-อะไหล่โรลส์-รอยซ์ (Rolls-Royce) TRENT 500 สำหรับเครื่องบินแอร์บัส A340-500/600 รวม 7 เครื่อง ขอให้ลงโทษจำเลยทั้งสองฐานเป็นพนักงานมีหน้าที่ซื้อ ทำ จัดการหรือรักษาทรัพย์ใด ๆ ใช้อำนาจในหน้าที่โดยทุจริต อันเป็นการเสียหายแก่องค์การ บริษัทจำกัด ห้างหุ้นส่วนนิติบุคคล หรือหน่วยงานที่เรียกชื่ออย่างอื่น
ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า พยานหลักฐานโจทก์ยังไม่มีน้ำหนักเพียงพอให้ลงโทษจำเลยทั้งสอง พิพากษาให้ยกฟ้อง