ยกคำร้อง “ชาญชัย” ร้องคดีชั้น 14 ศาลฎีกาฯ เรียก "ทักษิณ-ผู้เกี่ยวข้อง” ไต่สวนเอง 13 มิ.ย.นี้

ยกคำร้อง “ชาญชัย” ร้องคดีชั้น 14 ศาลฎีกาฯ เรียก "ทักษิณ-ผู้เกี่ยวข้อง” ไต่สวนเอง 13 มิ.ย.นี้

View icon 362
วันที่ 30 เม.ย. 2568 | 15.50 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศาลฎีกาฯ ยกคำร้อง “ชาญชัย” ชี้ ไม่ใช่ผู้เสียหายโดยตรง แต่ศาลขอแสวงหาข้อเท็จจริงเอง เรียก "ทักษิณ-ผู้เกี่ยวข้อง” ไต่สวน 13 มิ.ย.นี้ บังคับโทษตามคำพิพากษาหรือไม่

วันนี้ (30 เม.ย.68) ที่ศาลฎีกา แผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง ศาลนัดฟังคำสั่งคดีที่ นายชาญชัย อิสระเสนารักษ์ อดีต สส.พรรคประชาธิปัตย์ ยื่นคำร้องต่อขอให้ไต่สวนกรณีที่กรมราชทัณฑ์อนุญาตให้ นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ซึ่งถูกตัดสินจำคุก 8 ปี แต่ได้รับการลดโทษเหลือ 1 ปี ได้เข้ารับการรักษาตัวที่โรงพยาบาลตำรวจ ซึ่งอาจขัดต่อประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา มาตรา 89 มาตรา 89/2 (1) (2) และมาตรา 246 และไม่อาจอ้างกฎกระทรวง เรื่องการส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ พ.ศ. 2563 ลงวันที่ 25 ก.ย.63 ซึ่งออกโดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 55 วรรคสอง แห่ง พ.ร.บ.ราชทัณฑ์ พ.ศ.2560 เพราะขัดต่อบทบัญญัติแห่งประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา

ศาลพิเคราะห์แล้วเห็นว่า ผู้ร้องไม่ใช่คู่ความในคดีหมายเลขแดง อม. 4/2551 คดีแดง อม. 10/2552 และคดีแดง อม. 5/2551 ของศาลนี้ และไม่ใช่ผู้เสียหายของคดีดังกล่าว จึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลนี้

อย่างไรก็ตาม เมื่อความปรากฏต่อศาลว่า อาจมีการบังคับตามคำพิพากษาที่ไม่เป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลนี้ ศาลย่อมมีอำนาจไต่สวนและมีคำสั่งตามที่เห็นสมควร จึงเห็นควรให้ส่งสำเนาคำร้องให้โจทก์และจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 4/2551, จำเลยที่ 1 ในคดีแดงที่ อม 10/2552 และจำเลยในคดีหมายเลขแดงที่ อม. 5/2551 ของศาลนี้ แล้วให้โจทก์และจำเลยดังกล่าวแจ้งต่อศาลว่า มีข้อเท็จจริงตามที่กล่าวอ้างในคำร้องหรือไม่ อย่างไร กับสำเนาคำร้องให้ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ เพื่อให้ชี้แจงข้อเท็จจริงประกอบการพิจารณาของศาลว่า การดำเนินการในส่วนที่เกี่ยวข้องกับการบังคับโทษจำคุกแก่จำเลยเป็นไปตามหมายจำคุกเมื่อคดีถึงที่สุดของศาลหรือไม่ อย่างไร ตามพระราชบัญญัติประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยวิธีพิจารณาคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง พ.ศ. 2560 มาตรา 6 โดยให้โจทก์ จำเลย ผู้บัญชาการเรือนจำพิเศษกรุงเทพฯ อธิบดีกรมราชทัณฑ์ และนายแพทย์ใหญ่โรงพยาบาลตำรวจ แจ้งให้ศาลทราบพร้อมกับแสดงหลักฐานที่เกี่ยวข้องภายใน 30 วัน นับแต่วันที่ได้รับทราบคำสั่งศาล

สำหรับกรณีที่ผู้ร้องขอให้เพิกถอนคำสั่งนั้น เมื่อผู้ร้องไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาล กรณีจึงไม่จำเป็นต้องวินิจฉัยข้อดังกล่าว ทั้งนี้ศาลมีคำสั่งให้นัดพร้อมหรือนัดไต่สวนในวันที่ 13 มิ.ย. 68 เวลา 09.30 น. ต่อไป

ต่อมา นายชาญชัย ให้สัมภาษณ์ว่า ภายหลังศาลไต่สวนเสร็จสิ้น ศาลมีคำสั่งยกคำร้อง เนื่องจากตนในฐานะผู้ร้อง ไม่ได้เป็นผู้เสียหายจากการบังคับโทษโดยตรงจากจำเลย เมื่อตนไม่ใช่ผู้ที่มีส่วนได้ส่วนเสียในชั้นบังคับคดีจึงไม่มีสิทธิ์ยื่นคำร้องต่อศาลนี้  ซึ่งศาลมีคำสั่งแจ้งไปยังนายทักษิณ และผู้ที่เกี่ยวข้องแจ้งข้อเท็จจริงต่อศาลภายใน 30 วัน

เมื่อถามว่า ในการไต่สวนวันที่ 13 มิ.ย. นี้ นายทักษิณจะต้องมาฟังการไต่สวนของศาลหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ในส่วนนี้อยู่ที่ขั้นตอนของศาลว่าจะเรียกนายทักษิณเข้ามาฟังการไต่สวนหรือไม่ ซึ่งขณะนี้ศาลให้ชี้แจงเข้ามาก่อนเท่านั้น

เมื่อถามว่า การยื่นคำร้องต่อศาลในครั้งนี้ถือว่าประสบผลสำเร็จตามความตั้งใจหรือไม่ นายชาญชัย กล่าวว่า ครั้งนี้เป็นการไต่สวนของศาลเท่านั้น ถือว่าจบเรื่องในชั้นนี้ไปแล้ว ซึ่งตนยืนยันว่าจะมาฟังทุกนัดที่ศาล เพื่อที่จะได้เรียนรู้ไปด้วยในตัว แต่ถ้าไม่ว่างก็จะเป็นนายนิติธร ล้ำเหลือ เข้ามาฟังแทน เพื่อจะได้เป็นการบอกต่อไปยังพี่น้องประชาชนว่าศาลช่วยให้คดีนี้เกิดความชัดเจนยิ่งขึ้น ทั้งนี้ ถึงแม้ศาลจะยกคำร้องของตนในวันนี้ แต่ก็ถือว่าเป็นนิมิตหมายที่ดีกับทุกฝ่าย เนื่องจากศาลเปิดโอกาสให้ทุกฝ่ายได้ชี้แจงข้อเท็จจริงของตัวเองให้ชัดเจน และยืนยันว่าจะไม่มีการยื่นคำร้องครั้งต่อไปอีกแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายชาญชัย เคยยื่นคำร้องต่อศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง เมื่อวันที่ 19 ธ.ค.66 และเมื่อวันที่ 15 ก.พ.67 ที่ผ่านมา ศาลมีคำสั่งยกคำร้องทั้ง 2 เรื่องโดยไม่ต้องไต่สวน โดยให้เหตุว่าเมื่อศาลออกหมายจำคุก เมื่อคดีถึงที่สิ้นสุดไปแล้ว การบังคับโทษและอนุญาตให้ส่งตัวผู้ต้องขังไปรักษาตัวนอกเรือนจำ เป็นอำนาจหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ ปัญหาว่าเจ้าหน้าที่ของกรมราชทัณฑ์ปฏิบัติชอบด้วยกฎหมายหรือไม่นั้น ไม่อยู่ในอำนาจพิจารณาพิพากษาของศาล จึงไม่ต้องไต่สวนให้ยกคำร้อง

ต่อมาวันที่ 10 ม.ค.68 นายชาญชัย ยื่นคำร้องอีกเพื่อขอให้เพิกถอนคำสั่งเดิม และขอให้รับคำร้องไว้ไต่สวน และมีคำสั่งบังคับโทษจำคุกให้เป็นไปตามคำพิพากษาที่ถึงที่สุด