Exclusive ! วิกฤตแม่น้ำกก ไม่กล้ากินปลา

View icon 111
วันที่ 30 เม.ย. 2568 | 16.34 น.
ข่าวเย็นประเด็นร้อน
แชร์
ข่าวเย็นประเด็นร้อน - ชาวบ้านลุ่มแม่น้ำกก ตั้งแต่เชียงใหม่ จนถึงเชียงราย ได้รับผลกระทบสารปนเปื้อนในน้ำและตะกอนดินเกินค่ามาตรฐาน จนไม่กล้าใช้น้ำอุปโภคบริโภค และไม่กล้ากินปลา เพราะกลัวสารพิษสะสมในระยะยาว ติดตามจาก รายงานพิเศษ

เสียงสะท้อนจากคนลุ่มน้ำกก มลพิษข้ามพรมแดนขยายวงกว้าง วาระแห่งชาติที่ชาวบ้านอยากได้คำตอบ ไม่ใช่ก้มหน้ารับชะตากรรมในสิ่งที่พวกเขาไม่ได้เป็นคนก่อขึ้น

ผื่นคันสีแดงคล้ำเป็นจ้ำ ๆ ของเด็กชายอายุ 9 ขวบ ที่บ้านแคววัวดำ จังหวัดเชียงราย เป็นคำถามคาใจ เกิดอะไรขึ้นกับแม่น้ำกก ลำน้ำสายสำคัญที่หล่อเลี้ยงชุมชนมายาวนาน

สอดคล้องกับข้อสันนิษฐาน สภาพน้ำสีขุ่น และสารหนูปนเปื้อน จากการทำเหมืองแร่ในพื้นที่ต้นน้ำ ประเทศเพื่อนบ้าน

แม่น้ำกก กำลังป่วย ตามมาด้วยคน และสิ่งมีชีวิต นี่เป็นสภาพความผิดปกติของปลาที่ชาวบ้านเชียงแสนน้อย จับได้บริเวณปากแม่น้ำกก อำเภอเชียงแสน จังหวัดเชียงราย เมื่อเดือนพฤษภาคมปีที่แล้ว ช่วงเวลาเดียวกันกับที่มีการเปิดทำเหมืองแร่ ในพื้นที่ต้นน้ำประเทศเพื่อนบ้าน แต่กลับไม่มีการตรวจสอบสาเหตุที่แท้จริง

หลังมีการแชร์ภาพปลาติดเชื้อในสื่อสังคมออนไลน์ อธิบดีกรมประมง ออกมาโต้ เป็นภาพเก่า ยังไม่พบรายงานปลาลักษณะนี้ในช่วงปี 2568 สวนทางกับข้อมูลที่เราได้จากเครือข่ายภาคประชาชน อย่างสมาคมแม่น้ำเพื่อชีวิต ยืนยันชาวบ้านพบปลาลักษณะคล้ายกันนี้อีกหลายครั้ง สอดคล้องกับสิ่งที่ประมงพื้นบ้านรายนี้ยืนยันกับเรา เพิ่งเจอปลาลักษณะนี้ไม่กี่วันมานี่เอง

ไม่แปลกใจที่คนไม่กล้าบริโภคปลาแม่น้ำกกในช่วงนี้ ยิ่งข่าวพบสารหนูปนเปื้อน ยิ่งทำให้พ่อค้าแม่ค้าตลาดปลาบ้านเชียงแสนน้อย ปากแม่น้ำกก บ่นเป็นเสียงเดียวกัน ต้องสั่งปลาจากแหล่งน้ำอื่น ๆ มาขายแทนปลาจากแม่น้ำกก

แม้ผลตรวจตัวอย่างปลาในแม่น้ำกก จากประมงจังหวัดเชียงราย จะพบสารหนูไม่เกินค่ามาตรฐาน แต่นักวิชาการเตือนห้ามกินปลาแม่น้ำกกในช่วงนี้ เพราะเสี่ยงสารพิษสะสมในระยะยาว โดยเฉพาะเด็กและผู้สูงอายุ

ผลตรวจตะกอนหน้าดินแม่น้ำกก โดยสำนักงานสิ่งแวดล้อมและควบคุมมลพิษที่ 1 ล่าสุด พบสารหนูเกินค่ามาตรฐานหลายจุด โดยเฉพาะต้นแม่น้ำกกที่ยังไม่สามารถแก้ปัญหาได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง