ห้องข่าวภาคเที่ยง - ตำรวจให้ประกันตัว ผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองบัวแดง เมาขับพุ่งชนร้านอาหาร และชนทีมข่าวทีวีได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน วัดปริมาณแอลกอฮอล์ได้สูงถึง 119 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์
กล้องวงจรปิดจับภาพนาทีที่รถอเนกประสงค์ขับมาบนถนน จู่ ๆ ก็เสียหลักปีนขึ้นทางเท้า พุ่งชนกวาดลูกค้าที่เดินอยู่หน้าร้านอาหารและนั่งในร้าน กวาดโต๊ะเก้าอี้ไปทั้งแถบ จากนั้นรถยังไม่ยอมจอด ยังขับไหลต่อไปอีก พลเมืองดีแถวนั้นต้องวิ่งไล่ตาม
ขณะที่ กล้องอีกมุมในร้านอาหาร บันทึกภาพที่รถเสียหลักพุ่งชนคนที่ยืนอยู่หน้าร้าน กำลังจะเดินเข้าร้าน เหตุเกิดที่ร้านอาหาร ตำบลในเมือง อำเภอเมืองชัยภูมิ เมื่อคืนนี้ ทำให้มีผู้ได้รับบาดเจ็บสาหัส 2 คน คือ นายเอส เอี่ยมพา อายุ 33 ปี และ นายทศวรรษ อินพุก อายุ 35 ปี เจ้าหน้าที่เร่งปฐมพยาบาลก่อนนำส่งโรงพยาบาลชัยภูมิ ที่เกิดเหตุพบรถอเนกประสงค์ สีขาว เขียนข้างรถระบุ "กระทรวงสาธารณสุข" โดยมีผู้อำนวยการโรงพยาบาลหนองบัวแดงเป็นคนขับ สอบถามทราบว่า ขับรถมาจากร้านเหล้าแห่งหนึ่งไม่ไกลจากจุดเกิดเหตุ พอมาถึงรถเสียหลักขึ้นทางเท้าชนคนได้รับบาดเจ็บ
ตำรวจ สภ.เมืองชัยภูมิ ลงพื้นที่เกิดเหตุ เชิญ ผอ.ที่เป็นคนขับรถคันเกิดเหตุมาทำการเป่าวัดแอลกอฮอล์ ซึ่งในตอนแรกยังไม่ยอมเป่า เดินหาดื่มน้ำ เข้าห้องน้ำ และดื่มนมเปรี้ยวที่มีคนเอามาให้
แม้จะเข้าห้องน้ำ ดื่มนมเปรี้ยว ดึงเวลาจนล่วงเลยไปกว่า 1 ชั่วโมง จึงยอมเป่าวัดปริมาณแอลกอฮอล์ ผลที่ได้ 119 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ ซึ่งต้องโดนข้อหาเมาแล้วขับแน่นอน แต่ถูกแจ้งเอาผิดเพียงข้อหาเดียว คือ ขับรถประมาททำให้ผู้อื่นได้รับบาดเจ็บ ก่อนให้ประกันตัวไป
ทีมข่าวได้ตรวจสอบไปยัง ร้อยเวร สภ.เมืองชัยภูมิ พบว่ายังไม่มีการแจ้งข้อกล่าวหา เมาแล้วขับ กับ ผอ. แม้ผลการตรวจปริมาณแอลกอฮอล์จะวัดได้ 119 มิลลิกรัมเปอร์เซ็นต์ โดยให้เหตุผลว่า ต้องส่งเลือด ผอ. ไปตรวจพิสูจน์ที่โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมาอีกครั้งหนึ่ง รอผลยืนยันก่อนจะแจ้งข้อกล่าวหาได้ อีกทั้งที่ไม่ได้ควบคุมตัวไว้ เนื่องจากเป็นข้าราชการระดับสูง ไม่มีพฤติกรรมหลบหนี เมื่อเกิดเหตุได้ลงจากรถมาให้การช่วยเหลือผู้ได้รับบาดเจ็บเป็นอย่างดี นำส่งโรงพยาบาลในเวลาอันรวดเร็ว ส่วนรถคันเกิดเหตุ ได้นำมาจอดไว้ที่หน้าโรงพัก บริเวณกันชนหน้าข้างซ้ายแตกได้รับความเสียหาย
เรื่องนี้ รัฐมนตรีสาธารณสุข บอกว่า ได้รับรายงานแล้ว ยืนยันว่าต้องลงโทษ ยิ่งไม่ยอมเป่าวัดแอลกอฮอล์ ก็ยิ่งเป็นความผิดร้ายแรง สั่งดูแลสื่อที่บาดเจ็บเต็มที่