ห้องข่าวภาคเที่ยง - ลูกชายกำนันกร่าง เมาในร้านอาหาร ตำรวจห้ามยังถูกชก แถมยังคุยโวต่อยตำรวจไม่เสียเงินสักบาท ตอนนี้ตำรวจ ออกหมายเรียกมาดำเนินคดีแล้ว
ออกหมายเรียก ลูกชายกำนันกร่าง จ.หนองคาย
ผู้ก่อเหตุชื่อนายต่อ เป็นลูกกำนัน ตำบลผาตั้ง อำเภอสังคม ทะเลาะวิวาทกับเจ้าของร้านอาหารแห่งหนึ่ง ในเขตเทศบาลตำบลสังคม ห่าง สภ.สังคม ประมาณ 500 เมตร เพื่อนที่มาด้วยกันดึงตัวออกไป พักหนึ่ง ย้อนกลับเข้ามากระโดดถีบเจ้าของร้าน จนต้องถอยเข้าไปตั้งหลักในร้าน ก่อนที่เพื่อนผู้ก่อเหตุ จะลากตัวออกไป
ขณะนั้น มีนายตำรวจชั้นประทวน 1 นาย เข้าไประงับเหตุ แต่กลับถูกนายต่อ ชกต่อย และกระโดดถีบจนล้มลงด้วย ก่อนจะคุมตัวนายต่อ ไปที่ สภ.สังคม เหตุเกิดวันที่ 29 เมษายน 2568 เวลา 20.30 น.
ต่อมามีหัวหน้าชุดสายตรวจยศ ร้อยตำรวจเอก ขอไม่ให้มีการดำเนินคดีกับนายต่อ พร้อมกันนั้นได้มี กำนัน และแม่ของนายต่อ มาเจรจากับตำรวจไม่ให้ดำเนินคดีลูกชาย อ้างว่าได้ต่อสายคุยกับคนใหญ่คนโตแล้ว จากนั้น ตำรวจได้ปล่อย นายต่อ กลับบ้าน ไม่มีการดำเนินคดีใด ๆ นอกจากนี้ หลังเกิดเหตุ ชาวบ้านให้ข้อมูลว่า นายต่อ ยังคุยโวทั่วหมู่บ้านว่า "กูต่อยตำรวจ ไม่เสียเงินสักบาท"
เจ้าของร้านอาหาร เล่าว่า เริ่มแรก นายต่อ คนก่อเหตุ อยู่ในอาการเมาสุรา เข้ามาในร้านกับเพื่อนสองคน บอกว่า อยากนั่งโต๊ะที่มีลูกค้าคนอื่นนั่งอยู่ "ถ้ามึงไม่ลุก กูกลับมาเดี๋ยวเจอกู" แต่ผ่านไปไม่ถึง 30 นาที เขากลับมาที่ร้านอีก พร้อมกับถือขวดเบียร์มา 2 ขวด จากนั้นเขาก็โวยวายท้าทายลูกค้าและพนักงานในร้าน ตนเองจึงออกมาระงับเหตุ
พลตำรวจตรี พิษณุ อุณหเสรี โฆษกตำรวจภูธรภาค 4 เปิดเผยในเรื่องนี้ว่า ตอนนี้ได้รับทราบเรื่องแล้ว โดยทางผู้เสียหายที่เป็นตำรวจ ได้มีการแจ้งความร้องทุกข์ กับพนักงานสอบสวน สภ.สังคม ไว้แล้ว ซึ่งขณะนี้อยู่ในระหว่างการออกหมายเรียกครั้งที่ 1 ไปแล้ว ซึ่งทางตำรวจในวันเกิดเหตุนั้นไม่ได้ใส่เครื่องแบบไป แต่ไปอยู่ในร้านอาหาร และพบว่ามีการทะเลาะวิวาทของกลุ่มวัยรุ่น จึงได้เข้าไปห้ามปราม ก่อนที่จะถูกทำร้ายชกต่อย แต่ก็ไม่ได้รับบาดเจ็บหนักแต่อย่างใด คาดว่า หลังลูกกำนันได้รับหมายเรียกแล้ว จะเดินทางเข้าพบพนักงานสอบสวนทันที
"อนุทิน" ขู่ปล่อยพื้นที่มีผู้มีอิทธิพล กระทบถึงผู้ว่าฯ
นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย บอกนโยบายเรื่องการปราบผู้มีอิทธิพลยังมีอยู่ ดังนั้นหากผู้มีอิทธิพลยังกร่างอยู่ในพื้นที่ ฝ่ายปกครอง จะมีผลกระทบทั้งในเรื่องความก้าวหน้าการทำงาน หรือ การพิจารณาเรื่องขั้น เงินเดือน ตำแหน่ง หากมีข่าวแล้วไม่ไปจัดการในพื้นที่ เพราะมีคนใช้อำนาจโดยมิชอบ กระทบกับทุกคนถึงระดับผู้ว่าราชการจังหวัด