ป่วนชายแดนใต้ ขยายผลสอบสวนต่อเนื่อง ผู้ต้องสงสัย 7 คนแรก ให้ข้อมูลอีก 5 คน เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิด ส่งตรวจร่างกายที่ รพ. ก่อนนำตัวเข้าศูนย์ซักถาม
ความคืบหน้าการไล่ล่าผู้กระทำผิดในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หลังจากวันที่ 29 เม.ย.68 มีการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 7 ราย นำเข้าสู่กระบวนการซักถามเพื่อขยายผล ล่าสุด วันนี้ (2 พ.ค.68) ที่บัญชาการทางยุทธวิธี เจ้าหน้าที่ได้รับข้อมูลเพิ่มเติมจากผู้ต้องสงสัยที่ถูกควบคุมตัวก่อนหน้านี้ว่า มีผู้ที่เข้าข่ายสมรู้ร่วมคิดและกระทำผิดในคดีความมั่นคงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เพิ่มเติมอีก 5 ราย เจ้าหน้าที่จึงได้บูรณาการปฏิบัติการบังคับใช้กฎหมายในหลายพื้นที่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ดังนี้
ในพื้นที่ จ.นราธิวาส ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย 3 ราย ประกอบด้วย นายอาลียัส (สงวนนามสกุล) อายุ 31 ปี นายอานาฟี (สงวนนามสกุล) อายุ 21 ปี และนายโมฮำหมัดยูฮัน (สงวนนามสกุล) อายุ 37 ปี พร้อมวัตถุพยานที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับเหตุการณ์ในพื้นที่ ประกอบด้วย รถจักรยานยนต์ เสื้อผ้า และอุปกรณ์ต่าง ๆ ที่คาดว่าจะใช้ในการก่อเหตุ เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยทั้ง 3 ราย ไปยังสถานีตำรวจภูธรเมืองนราธิวาส เพื่อลงบันทึกประจำวัน และส่งตัวดำเนินการกรรมวิธีซักถาม ณ ศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 46 เพื่อดำเนินการตามขั้นตอนต่อไป
ในพื้นที่ จ.ยะลา ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัย จำนวน 2 ราย คนแรก นายฟัรฮาน (สงวนนามสกุล) อายุ 29 ปี เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวมา ซักถามทำประวัติเบื้องต้น ณ กองบังคับการสืบสวนสอบสวนตำรวจภูธรจังหวัดยะลา พร้อมนำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.ยะลาสิริรัตนรักษ์ รวมทั้งได้ลงบันทึกประจำวันที่ สภ.เมืองยะลา และส่งตัวไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามต่อไป
2. นายฮานาฟี (สงวนนามสกุล) อายุ 33 ปี เจ้าหน้าที่ได้เชิญตัวผู้ต้องสงสัยซักถามทำประวัติเบื้องต้นที่หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 33 พร้อมทั้งได้นำตัวไปตรวจร่างกายที่ รพ.บันนังสตา และลงบันทึกประจำวันที่ สภ.บันนังสตา จากนั้นได้นำตัวส่งไปยังศูนย์ซักถาม หน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 41 เพื่อดำเนินกรรมวิธีซักถามและขยายผลต่อไป
ทั้งนี้ จากการที่ผู้ต้องสงสัยที่ได้ถูกคุมตัวไปแล้วนั้น ได้ให้ข้อมูลที่เป็นประโยชน์ต่อเจ้าหน้าที่รัฐ ซึ่งสามารถนำไปขยายผลจนสามารถควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยเพิ่มเติมได้อีก 5 ราย โดยการปฏิบัติในการควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยทั้งหมด เจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนขอให้ความมั่นใจแก่สาธารณชนว่า จะดำเนินการทุกขั้นตอนภายใต้หลักสิทธิมนุษยชนสากล ด้วยความยุติธรรม โปร่งใส อย่างเคร่งครัด และสามารถตรวจสอบได้