จนท.บุกรวบวัยรุ่นพลังใบ มั่วสุมปาร์ตี้น้ำกระท่อม

จนท.บุกรวบวัยรุ่นพลังใบ มั่วสุมปาร์ตี้น้ำกระท่อม

View icon 247
วันที่ 4 พ.ค. 2568 | 15.29 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ชุดปฏิบัติการพิเศษฯ สมุทรสาคร บุกรวบวัยรุ่นพลังใบทั้งไทยและเทศ รวมหัวมั่วสุมปาร์ตี้น้ำกระท่อม

(4 พ.ค.68 )เมื่อกลางดึกของวันที่ 3พ.ค. 68 ที่ผ่านมา ภายใต้การอำนวยการของนายนริศ นิรามัยวงศ์ ผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร ร้อยตำรวจเอก เขตรัฐ  ชาญศิลป์ รองผู้ว่าราชการจังหวัดสมุทรสาคร และ นายบรรพต จันทรวงษ์ ปลัดจังหวัดสมุทรสาคร สั่งการให้ชุดปฏิบัติการพิเศษฝ่ายปกครองจังหวัดสมุทรสาคร  ลงพื้นที่ร่วมกับเจ้าหน้าที่สำนักงานสาธารณสุขจังหวัดสมุทรสาคร ตรวจสอบร้านลักลอบจำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมและเป็นแหล่งมั่วสุม บริเวณซอยมหาชัยนิเวศน์ 2 ตำบลโคกขาม อำเภอเมืองสมุทรสาคร จังหวัดสมุทรสาคร ตามข้อร้องเรียนจากพี่น้องประชาชน

จากการเข้าตรวจสถานที่ดังกล่าว  มีลักษณะเป็นอาคารหอพัก ภายในมีกลุ่มวัยรุ่นทั้งชาวไทยและชาวต่างชาติ นั่งดื่มน้ำต้มใบกระท่อมอยู่เป็นจำนวนมาก ชุดจับกุมจึงได้เข้าดำเนินการตรวจสอบและดำเนินการตรวจปัสสาวะเพื่อหาสารเสพติด

พบคนไทยเพศชาย จำนวน 62 คน  คนงานชาวต่างชาติเพศชาย จำนวน 36 คน และ คนไทยเพศหญิงจำนวน 7 คน ผลการตรวจปัสสาวะหาสารเสพติดประเภทยาบ้ายา ไอซ์ เฮโรอีน และ เคตามีน ทั้งหมดไม่พบว่ามีสารเสพติดในปัสสาวะ ขณะที่การตรวจเอกสารคนต่างด้าวพบว่าทั้งหมดมีเอกสารการเข้าเมืองโดยถูกต้องตามกฎหมาย

เบื้องต้นชุดจับกุมได้ดำเนินการจับกุมนางสาวหทัยรัตน์ เจ้าของร้านน้ำต้มใบกระท่อม โดยได้แจ้งข้อกล่าวหาดังนี้

1.จำหน่ายน้ำต้มใบกระท่อมโดยไม่ได้ขึ้นทะเบียนต้นตำรับ ฝ่าฝืนมาตรา 58 (4) แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ. 2562 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินหนึ่งปี หรือปรับไม่เกินหนึ่งแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2.จำหน่ายน้ำต้มกระท่อมโดยไม่ได้รับอนุญาตขายผลิตภัณฑ์สมุนไพร ตามมาตรา 17 (1) แห่งพระราชบัญญัติผลิตภัณฑ์สมุนไพร พ.ศ.2562  ต้องระวางโทษ จำคุกไม่เกินสามปี หรือปรับไม่เกินสามแสนบาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
3.ผลิตอาหารที่ห้ามนำเข้าหรือจำหน่าย ตามมาตรา 6 (8) แห่งพระราชบัญญัติอาหาร พ.ศ.2522  ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่หกเดือนถึงสองปี และปรับตั้งแต่ห้าพันบาทถึงสองหมื่นบาท
4.จำหน่ายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต ตามมาตรา 12 แห่งพระราชบัญญัติยา พ.ศ.2510 ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกินห้าปี และปรับไม่เกินหนึ่งบาท

จากนั้นชุดจับกุมได้นำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางทั้งหมดมาทำบันทึกจับกุม ณ ที่ทำการปกครองจังหวัด (กลุ่มงานความมั่นคง) และนำส่งพนักงานสอบสวนสถานีตำรวจภูธรโคกขามเพื่อดำเนินคดีต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง