แจ้งความเอาผิดหมอสมุนไพรเถื่อน

View icon 294
วันที่ 4 พ.ค. 2568 | 20.15 น.
ข่าวภาคค่ำ
แชร์
ข่าวภาคค่ำ - แจ้งความเอาผิดหมอสมุนไพร หลังใช้วิธีผิด ๆ รักษาผู้ป่วยมะเร็งสมอง อายุ 61 ปี หมดสติต้องหามเข้า ICU และเสียชีวิตจากอาการสมองตาย

ลูกสาว ออกมาร้องสื่อมวลชนว่า แม่ของเธอป่วยเป็นมะเร็งสมอง และฝากน้าสาวให้ช่วยดูแลแม่ แต่น้าสาว กลับพาแม่ของเธอ ไปรักษาอาการกับหมอสมุนไพร คู่สามีภรรยา จังหวัดปราจีนบุรี มีบ้านอยู่กลางป่า ใช้วิธีให้ดื่มน้ำต้มสมุนไพรจากดอกดาวเรือง และฉีดยา ที่ไม่ทราบว่าเป็นอะไร ที่น่าตกใจคือ ภายในโอ่งมังกรน้ำหมัก ส่งกลิ่นเหม็น และหนอนเต็มโอ่ง

ผ่านไปไม่นาน แม่อาการทรุดหนักเข้า ICU และเสียชีวิตจากอาการสมองตาย ด้าน หมอสมุนไพร บอกว่าเป็นอาจารย์ศึกษาสมุนไพรมานาน ใช้วิธีการกลั่นสมุนไพร ต้มให้ผู้ป่วยดื่ม และฉีดเข้าทางเส้นเลือดดำ แม้จะไม่ได้รับอนุญาตจากกระทรวงสาธารณสุข แต่ก็ทำเพื่อช่วยคนจน แม้แต่ข้าราชการ และคนดัง ก็เคยมารักษาที่นี้

นายอำเภอกบินทร์บุรี พร้อมด้วยสำนักงานสาธารณสุข จังหวัดปราจีนบุรี และเจ้าหน้าที่ตำรวจ ลงพื้นที่ตรวจสอบ บ้านกลางป่า หลังดังกล่าวพบว่า ผู้เปิดสำนัก ชื่อ นายพรชัย ตรวจไม่พบข้อมูลการขึ้นทะเบียนเป็นหมอพื้นบ้าน หรือได้รับอนุญาตเปิดคลินิก และไม่ยินยอมให้เจ้าหน้าที่เข้าตรวจค้น

จากการสอบปากคำ นายพรชัย ให้การภาคเสธ โดยยอมรับว่า ทำน้ำหมักสมุนไพรจริง แต่เป็นน้ำหมักที่ทำไว้ใช้ฉีดต้นข้าวจึงมีกลิ่นรุนแรง ทำเก็บไว้ใช้เอง ไม่ได้นำมาฉีดรักษาคน

ภายหลังจากการตรวจค้นของเจ้าหน้าที่ พบหม้อต้มยาขนาดใหญ่ เครื่องอบสมุนไพร เครื่องผลิตยา เครื่องกลั่นยา และเครื่องบดยา จนตอนหลัง นายพรชัย ให้การเพิ่มเติมว่า รักษาเฉพาะพระสงฆ์ เเต่หากมีใครจะให้รักษา ก็รักษาตามอาการ ไม่ได้ฉีดยาเข้าเส้นเลือดดำ ตามที่เป็นข่าว

ต่อมา เจ้าหน้าที่ได้สอบถามผู้ที่อยู่บ้านใกล้เคียง ได้เจอกับ พระอาจารย์บุญเลิศ ให้การว่า รู้จักกับ นายพรชัย เป็นอย่างดี ตนเป็นผู้คิดค้นสูตรการรักษาร่วมกับ นายพรชัย มีการกินยา และฉีดเข้าเส้นเลือดดำ ตนเองก็ใช้การรักษาวิธีนี้ นายพรชัย เป็นคนฉีดยาให้

หลังจากนี้เจ้าหน้าที่ จะรวบรวมหลักฐาน แจ้งความร้องทุกข์ นายพรชัย ในข้อหาผลิตยา หรือ ผลิตภัณฑ์สมุนไพรโดยไม่ได้รับอนุญาต และเปิดคลินิกโดยไม่ได้รับอนุญาต ฝ่าฝืน พ.ร.บ.ยา, พ.ร.บ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร และ พ.ร.บ.สถานพยาบาล

กระทรวงสาธารณสุข ย้ำเตือนประชาชนอย่าหลงเชื่อ หากเจ็บป่วยควรเข้ารับการวินิจฉัย และรักษาโดยแพทย์จากโรงพยาบาลของรัฐ หรือ สถานพยาบาลที่ได้รับอนุญาตเท่านั้น ส่วนหากจะรักษากับหมอพื้นบ้าน กรมการแพทย์แผนไทยฯ แนะนำ ควรตรวจสอบให้ชัวร์ว่าไม่ใช่หมอเถื่อน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง