“รัฐบาล” สั่งคุมเข้ม “ทัวร์นอมินี-ไกด์เถื่อน” ตั้งศูนย์ปฎิบัติการร่วมฯ ลุยจัดการ!

“รัฐบาล” สั่งคุมเข้ม “ทัวร์นอมินี-ไกด์เถื่อน” ตั้งศูนย์ปฎิบัติการร่วมฯ ลุยจัดการ!

View icon 116
วันที่ 6 พ.ค. 2568 | 16.27 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
รัฐบาล ตั้ง“ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง” จัดการเด็ดขาด “ทัวร์นอมินี-ไกด์เถื่อน”

วันนี้ (6 พค 2568) นางสาวนัทรียา ทวีวงศ์ ปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เปิดเผยว่า กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ร่วมมือหน่วยงานพันธมิตร เดินหน้าตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อยกระดับมาตรฐานและความปลอดภัยของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย สแกนเข้มรายจังหวัดลุยตรวจสอบข้อเท็จจริง และความพร้อมของแหล่งท่องเที่ยว

โดยปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา เน้นย้ำให้กรมการท่องเที่ยว บูรณาการการทำงานร่วมกับ 5 หน่วยงาน ได้แก่ สำนักงานปลัดกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา กรมพัฒนาธุรกิจการค้า กรมสอบสวนคดีพิเศษ กองบัญชาการตำรวจท่องเที่ยว และสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง ภายใต้ชื่อ “ศูนย์ปฏิบัติการร่วมแก้ไขปัญหาการประกอบธุรกิจท่องเที่ยวที่ใช้คนไทยเป็นตัวแทนอำพราง” หรือ ศปต. เพื่อขับเคลื่อนภารกิจ แก้ไขปัญหาทัวร์นอมินี และมัคคุเทศก์เถื่อน โดยลงพื้นที่ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยวและการปฏิบัติหน้าที่ของมัคคุเทศก์ในแหล่งท่องเที่ยวสำคัญทั่วประเทศ พร้อมบังคับใช้กฎหมายอย่างจริงจัง เพื่อป้องกันความเสียหายที่อาจเกิดขึ้นกับนักท่องเที่ยว และภาพลักษณ์ของอุตสาหกรรมท่องเที่ยวไทย

ขณะที่ นายจาตุรนต์ ภักดีวานิช อธิบดีกรมการท่องเที่ยว กล่าวว่า ได้กำหนดแนวทางกำกับดูแลบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ให้เป็นไปตามกฎหมาย โดยลงพื้นที่สุ่มตรวจสถานประกอบการของบริษัทนำเที่ยวและการทำหน้าที่ของมัคคุเทศก์ในแหล่งท่องเที่ยวทั่วประเทศอย่างต่อเนื่อง ตั้งแต่เดือนตุลาคม 2567 ถึงเดือนมีนาคม 2568 ตรวจสอบบริษัทนำเที่ยว จำนวน 940 ราย และมัคคุเทศก์ จำนวน 338 ราย พบการกระทำความผิดของบริษัทนำเที่ยว 3 ลำดับแรก คือ การประกอบธุรกิจนำเที่ยวโดยไม่ได้รับอนุญาต  การไม่แสดงใบอนุญาต และการไม่ทำประกันให้นักท่องเที่ยว

ส่วนความผิดหลักของมัคคุเทศก์ คือ การปฏิบัติหน้าที่โดยไม่มีใบอนุญาต และการไม่แสดงใบสั่งงาน ดังนั้น จึงขอแนะนำให้บริษัทนำเที่ยวต่อใบอนุญาตนำเที่ยวให้เรียบร้อย ซึ่งทำล่วงหน้าก่อนหมดอายุได้ 30 วัน รวมทั้งการทำประกันภัยสำหรับอุบัติเหตุให้แก่นักท่องเที่ยวทุกครั้ง สำหรับผู้สนใจประกอบธุรกิจนำเที่ยวสามารถติดต่อขอทราบข้อมูลและยื่นเอกสารได้ที่สำนักงานทะเบียนธุรกิจนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ทั้ง 8 สาขาทั่วประเทศ

อธิบดีกรมการท่องเที่ยว ย้ำว่า ในปี 2568 นี้ จะตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายอย่างเข้มข้นต่อเนื่องต่อไป และโอกาสนี้ ขอขอบคุณประชาชนผู้ให้ข้อมูลเบาะแสเกี่ยวกับบริษัทนำเที่ยวและมัคคุเทศก์ที่กระทำผิดผ่านช่องทางเฟซบุ๊กเพจกรมการท่องเที่ยว หรืออีเมล tgtcenter@tourism.go.th และ DOT-TGIS@tourism.go.th ซึ่งเป็นประโยชน์อย่างยิ่ง ช่วยให้เจ้าหน้าที่ตรวจสอบและบังคับใช้กฎหมายได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง