ภาพจากกล้องหลังรถคันหนึ่ง เผยให้เห็นเหตุการณ์เมื่อช่วงเย็นของวันที่ 10 พ.ค. 68 ขณะที่ผู้เสียหายขับรถไปบนถนนสายเอเชีย ขาเข้ากรุงเทพมหานคร ช่วงผ่านบริเวณหน้า ทัณฑสถานวัยหนุ่มพระนครศรีอยุธยา ต.หันตรา อ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา ขณะนั้น มีฝนตกอย่างหนัก จังหวะนั้นมีรถกระบะที่อยู่ด้านหลัง ขับตามหลังด้วยความเร็วก่อน จะเปลี่ยนเลน จนรถเสียหลักหมุนพุ่งมาชนท้ายรถของผู้เสียหายอย่างแรง จนรถเสียหลักอีกครั้งเกือบจะไปชนกับรถคันอื่นที่ขับขี่อยู่บนถนน ก่อนที่จะเร่งเครื่องขับหลบหนีไป
โดยนายพงษ์พัฒน์ อายุ 30 ปี พนักงานบริษัทเอกชน ชาว จ.สมุทรปราการ เล่าเหตุการณ์พร้อมกับขอความเห็นใจว่า วันเกิดเหตุ ตนขับรถกำลังเดินทางจาก จ.ลพบุรี เพื่อกลับเข้ากรุงเทพฯ มาตามถนนสายเอเชีย ช่วงผ่าน จ.พระนครศรีอยุธยา ซึ่งขณะนั้นมีฝนตกลงมาอย่างหนัก ตนเองขับอยู่เลนขวาสุด จู่ๆ มีรถกระบะเสียหลักพุ่งมาชนที่ท้ายรถของตนเองจนรถเกิดความเสียหาย ตนเห็นว่ารถกระบะที่ชนท้ายไปจอดอยู่เลนซ้ายสุด ก็คิดว่าไปจอดเพื่อสำรวจความเสียหายและมีการเจรจากัน ตนจึงได้จอดชิดซ้าย แต่พอตนเองจอดชิดซ้าย รถกระบะคันดังกล่าวกลับเร่งเครื่องหลบหนี จึงได้ขับติดตามไป พยายามส่งสัญญาณเรียกให้จอดขับประกบข้างแต่ไม่ยอมจอด จนรถกระบะได้เบี่ยงซ้ายไปที่ถนนโรจนะมุ่งหน้าไปทาง อ.วังน้อย ซึ่งตนขับเลยทางเบี่ยงจึงทำให้ติดตามไปไม่ทัน
นายพงษ์พัฒน์ กล่าวต่อว่า ตนเองคิดว่ามีกล้องทั้งหน้ารถและหลังรถน่าจะบันทึกภาพ รถกระบะหรือหมายเลขทะเบียนเอาไว้ได้ แต่เมื่อมาดูกล้องของรถพบว่า มองหมายเลขทะเบียนได้ไม่ชัดเจนเนื่องจากฝนตก หลังเกิดเหตุ ได้เข้าแจ้งความที่ สภ.พระนครศรีอยุธยา จ.พระนครศรีอยุธยา เพื่อให้ช่วยติดตาม รถคู่กรณีให้มารับผิดชอบความเสียหายที่เกิดขึ้น
"ที่มาร้องขอความช่วยเหลือจากสื่อมวลชน เพราะอยากให้คู่กรณีมารับผิดชอบ และหากประชาชนที่ใช้เส้นทางผ่านบริเวณที่เกิดเหตุ พบเห็นหรือมีข้อมูลของรถกระบะคันที่หลบหนี ช่วยแจ้งกับทางเจ้าหน้าที่ตำรวจด้วย เชื่อว่าแผ่นป้ายทะเบียนของรถกระบะน่าจะตกอยู่ หล่นบนถนน และขอฝากเตือนภัยในการขับรถยนต์บนท้องถนน ในช่วงนี้มีฝนตกต้องเพิ่มความระมัดระวัง เนื่องจากฝนตกถนนจะลื่น"