สว. สำรอง ดาหน้าแฉ มีหลักฐานฮั้วเลือกสว. แต่กกต. กลับนิ่งเฉย จึงจำเป็นต้องร้องให้ดีเอสไอสอบ
วันนี้ (15 พ.ค.68) คณะกรรมาธิการการป้องกันและปราบปรามการทุจริตประพฤติมิชอบ สภาผู้แทนราษฎร โดยนายฉลาด ขามช่วง สส.ร้อยเอ็ด พรรคเพื่อไทย ในฐานะประธานกมธ.ฯ ประชุมพิจารณาเรื่องขอให้ตรวจสอบการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง กรณีการเลือกตั้งสมาชิกวุฒิสภา โดยได้เชิญผู้ร้องเรียน ซึ่งเป็นสว.สำรองจำนวน 27 คน และคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) นำโดย ร.ต.อ. ชนินทร์ น้อยเล็ก รองเลขาธิการกกต. เข้าชี้แจง
ก่อนการประชุม น.ส.กุสุมาลวตี ศิริโกมุท สว.สำรอง พร้อมคณะ เปิดเผย ว่า ตนได้เดินทางมาที่สภาผู้แทนราษฎร ก่อนวันเลือกสว.เพื่อเจอหัวหน้าพรรคการเมืองพรรคหนึ่ง ที่ทุกคนรู้ว่ามีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการนี้ ซึ่งหัวหน้าพรรคคนดังกล่าว รวมถึงอดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงคนหนึ่ง ได้พูดคุยกับตน
“โดยถามว่า ส.ส.แมว มาทำไม ดิฉันจึงบอกไปว่าเป็นผู้สมัครสว. และมีน้องๆมาสมัครด้วย วันนี้จึงมาพบผู้ใหญ่เพื่อขอความเมตตา และขอคะแนน เขาจึงถามว่า ทำไมมาขอคะแนน ทีละคะแนน เขามีเป็นพันคะแนน ขณะเดียวกันรัฐมนตรีช่วยคนดังกล่าว ก็ได้พาดิฉันไปสวัสดีกับหัวหน้าพรรค และให้แลกไลน์กับเลขานุการเอาไว้ รวมถึงโทรไปหาผู้หญิงคนหนึ่งที่จังหวัดอำนาจเจริญ ซี่งเป็นคนสำคัญที่ทำโพยทุกโพย ดิฉันจึงได้โทรไปหาผู้หญิงคนดังกล่าว ซึ่งเขาตอบมาว่า หัวหน้าได้บอกมาแล้ว พร้อมถามดิฉันต่อว่าอยู่กลุ่มไหน แต่เมื่อบอกว่าอยู่กลุ่ม 14 ผู้หญิงคนนั้น กลับตอบว่าเต็มแล้ว แสดงว่ามีการจัดโผกันเสร็จแล้ว” น.ส.กุสุมาวตี กล่าว
น.ส.กุสุมาวตี กล่าวต่อว่า นอกจากนี้เมื่อตนถามว่าเต็มแล้วหรือ ผู้หญิงคนดังกล่าวยังถามอีกว่า จะเป็นสว. ตัวจริงหรือจะเป็นโหวตเตอร์ ตนจึงตอบว่าตนเป็นสส.มา 3-4 สมัยมีศักดิ์ศรี ขอไม่เป็นโหวตเตอร์ ผู้หญิงคนนั้นจึงกล่าวต่อว่า สว.หนึ่งคน ใช้โหวตเตอร์ 400 คน ซึ่งวันนั้นตนไม่เข้าใจ แต่วันนี้เข้าใจแล้วว่า โหวตเตอร์ 400 คนใช้กับสว.หนึ่งคน และมีโหวตเตอร์เป็น 10,000 คน กว่าจะได้สว. ซึ่งเป็นกระบวนการในการเลือกสว. ที่ตรงกับหลายฝ่ายชี้แจง รวมถึงกรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)
“ยืนยันสิ่งที่ดิฉันพูดเป็นความจริง เพราะได้คุยจริง ซึ่งวันนี้ในที่ประชุมดิฉันก็จะถามผู้หญิงคนดังกล่าวด้วยว่าจำได้หรือไม่ ถ้าเขาโกหกจะบอกว่า คนที่โกหกย่อมกระทำความชั่วทุกอย่างได้”
น.ส.กุสุมาวตี กล่าวด้วยว่า ที่ตนกล้าพูดเพราะในโทรศัพท์มีเสียงผู้หญิงคนดังกล่าวด้วย และมีรูปถ่ายกับหัวหน้าพรรคการเมือง ซึ่งเป็นหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ จึงอยากนำข้อมูลเหล่านี้ไปชี้แจงที่ศาล อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมาได้เข้าไปชี้แจงกับกกต. อัยการ และ เจ้าหน้าที่ดีเอสไอแล้วจึงเป็นหลักฐานชัดเจนว่าสิ่งที่ตนพูดเป็นความจริง เพราะมีวัน เวลา และสถานที่ รวมถึงมีไลน์ที่ติดต่อกับคนที่มีส่วนเกี่ยวข้อง สิ่งที่เกิดขึ้นจึงแสดงให้เห็นว่าคนบางคนบางพรรคเป็นคนกำหนดเกมตั้งแต่แรก เพราะก่อนการเลือกส.ว. บอกได้ว่าส.ว. กลุ่มไหนเต็มหรือไม่เต็ม อีกทั้งยังตรงกับที่ส.ว.140 คนที่มี จึงอยากจะขอให้สื่อช่วยกันตรวจสอบให้ประชาชนเห็นว่า มันสกปรกแค่ไหนเพียงใด
ขณะที่ พลตำรวจโทคำรบ ปัญญาแก้ว สว. สำรอง ในฐานะผู้ร้อง ชี้แจงกมธ.ว่าในกระบวนการเลือก สว. พบความผิดปกติตั้งแต่ในระดับอำเภอ จนรอบสุดท้ายระดับประเทศ อย่างเช่นเจ้าหน้าที่ขาดความรู้ความเข้าใจในแง่กฎหมาย ละหลวมบางคนถึงขั้นอำนวยความสะดวกให้กับกลุ่มผู้สมัครที่ถูกจัดตั้งมา ทั้งยังพบหลักฐานสำคัญ เป็นโพย ลำดับผู้สมัครที่เจาะจงชัดเจนว่าให้เลือกใครบ้าง สนได้ทำเรื่องร้องคัดค้านขอให้คณะกรรมการการเลือกตั้งระงับการประกาศรับรองผลทันทีในเช้าวันรุ่งขึ้นหลังจากเลือกระดับประเทศจบลง แต่ กกต. เพิกเฉยไม่ดำเนินการไม่มีเรียกตนเองเข้าไปให้ข้อมูลใดๆ
และตนเองมีข้อมูลว่าในวันเลือกระดับประเทศผู้ตรวจการเลือกตั้ง ได้ แจ้งต่อเลขาธิการ กกต. ว่าพบความผิดปกติ มีโพยระบุหมายเลขผู้สมัคร อยู่ในพื้นที่อิมแพ็คเมืองทองธานี ซึ่งเป็นสถานที่เลือกในวันนั้น แต่เลขาธิการ กกต. ก็ยังนิ่งเฉยและปล่อยให้เกิดกระบวนการเลือกเสร็จสิ้น ผู้ตรวจการเลือกตั้งคนดังกล่าวได้ ทำรายงานชี้แจงไปยังผู้บังคับบัญชาเพื่อให้ตรวจสอบกรณีดังกล่าว แต่เรื่องก็อย่าเงียบ แม้จะให้ตั้งคณะกรรมการสอบสวน เลขาธิการกกต. ฐานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ กกต. ก็ยังนิ่งเฉย ดังนั้นจึงชี้ให้เห็นว่า กกต. และฝ่ายเลขา ไม่มีความพยายามที่จะทำให้การเลือกสว. ในคราวนั้นเป็นไปโดยสุจริตและเที่ยงธรรม ทั้งที่มีเรื่องร้องเรียน เกี่ยวกับคุณสมบัติและกระบวนการฮั้ว ถึง 576 เรื่อง จนเป็นที่มาที่ทำให้ตนเองและกลุ่ม สว. สำรอง ต้องร้องเรียนให้กรมสอบสวนคดีพิเศษ เข้ามาตรวจสอบเรื่องนี้ และเรื่องก็มาถึง การออกหมายเรียก ว่ากลุ่ม สว. ที่ได้รับเลือกมาเข้าข่ายฮั้ว และอาจเชื่อมโยงไปถึง คดีอ้างยี่ซ่องโจรและฟอกเงินด้วย
อย่างไรก็ตามหลังจากที่ พล.ต.ท.คำรบ ชี้แจงจบ นายสุทธิชัย จรูญเนตร รองประธานกมธ. ได้เสนอให้การประชุมในคราวนี้เป็นการประชุมลับเนื่องจากมีการชี้แจงข้อเท็จจริงที่พาดพิงไปถึงบุคคลภายนอกซึ่งไม่มีโอกาสในการชี้แจง จึงขอให้บุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้อง รวมถึงสื่อมวลชน ออกจากห้องประชุม เพื่อเปิดโอกาสให้ ผู้ชี้แจง ทั้งผู้ร้อง รวมถึงรองเลขาธิการกกต. ร้อยตำรวจเอก ชนินทร์ น้อยเล็ก ได้ให้ข้อมูลกับกรรมาธิการอย่างเต็มที่