ข่าวเย็นประเด็นร้อน - กรณีเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ที่พบว่าไปเกี่ยวข้องกับการยักยอกเงินวัดไม่ต่ำกว่า 300 ล้านบาท จนท่านต้องเข้าพบตำรวจ ก่อนจะถูกออกหมายจับ
เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง มาพบกับพนักงานสอบสวน บก.ปปป. ตั้งแต่ช่วงสาย ๆ จนถึงตอนนี้ผ่านไปนานกว่า 6 ชั่วโมงแล้ว การให้การต่าง ๆ ของ พระธรรมวชิรานุวัตร เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จังหวัดนครปฐม เป็นเจ้าคณะภาค 14 ก็ยังไม่แล้วเสร็จ แต่ที่แน่ ๆ มีการอ่านหมายจับแล้ว ขึ้นอยู่กับว่า พระธรรมวชิรานุวัตร จะให้การอย่างไร ตามที่ถูกกล่าวหาว่ายักยอกเงินวัดไปกว่า 300 ล้านบาท
คดีนี้ตำรวจใช้เวลาสืบสวนรวบรวมพยานหลักฐานอยู่นานกว่า 8 เดือน จนพบว่า พระธรรมวชิรานุวัตร จะใช้ "คณะกรรมการวัด" โอนเงินจากบัญชีธนาคารวัดไร่ขิง มายังบัญชีธนาคารส่วนตัว ก่อนจะโอนไปให้หญิงสาวรายหนึ่ง ซึ่งเป็นนายหน้าเครือข่ายเว็บฯ พนัน เพื่อโอนเข้าบัญชีใช้เติมเครดิตเล่นพนันออนไลน์ จำพวกบาคารา ซึ่งตั้งแต่ปี 2564 ถึง ปัจจุบัน พบมีการโอนเงินไปหลายครั้ง รวมยอดกว่า 300 ล้านบาท
นอกจากนี้ยังสืบทราบข้อมูลอีกว่า ภายหลังยอดเงินในบัญชีธนาคารของวัดไร่ขิง เริ่มน้อยลง ก็เริ่มหันไปยืมเงินพระผู้ใหญ่วัดอื่น ๆ ที่สนิทกัน ตั้งแต่หลักแสนบาทไปจนถึงหลักล้านบาทต่อครั้ง ซึ่งเมื่อรวมกับยอดเงินที่เล่นได้ เล่นเสียแล้ว คาดว่าเงินหมุนเวียนไม่ต่ำกว่า 500 ล้านบาท
ส่วนหญิงสาวที่เป็นคนรับเงินไปเติมเครดิต ข้อมูลการสืบสวนพบว่า เป็นฟันเฟืองสำคัญ ในแวดวงธุรกิจเว็บฯ พนันออนไลน์ คอยทำหน้าที่เป็นเจ้าของบัญชีธนาคาร และดูแลเส้นทางการเงินให้กับหลายเว็บฯ และเมื่อช่วงปลายปี 2567 หญิงคนนี้ ก็เพิ่งถูกตำรวจ บช.สอท. จับกุม หลังเข้าไปพัวพันกับเครือข่ายเว็บพนันออนไลน์ LAGALAXY911 ก่อนจะได้รับการปล่อยตัวชั่วคราวออกมาสู้คดี
ทีมข่าวลงพื้นที่ไปยังวัดดัง ใน อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม พบว่า ประชาชนยังเดินทางมาทำบุญไม่ขาดสาย และยังคงศรัทธาวัดแห่งนี้
โดยที่ อดีตพระเลขาฯ เจ้าอาวาสวัดแห่งนี้ เล่าว่า ตนเป็นคนสนิทกับเจ้าอาวาสรูปปัจจุบัน แต่ไม่เคยรับรู้เลยว่า มีเหตุการณ์ลักษณะนี้เกิดขึ้นในวัด และไม่ปักใจเชื่อว่า เจ้าอาวาสพัวพันกับการเล่นพนันออนไลน์ ยักยอกเงินประมาณ 300 ล้านบาท เข้าบัญชีตนเอง เพื่อไปลงทุนเสี่ยงโชคกับการพนัน จึงอยากให้ชาวพุทธใช้วิจารณญาณในการเสพสื่อฯ ด้วย
ขณะเดียวกัน ทีมข่าวได้พูดคุยกับแม่ค้าขายอาหาร ที่เคยมาประมูลพื้นที่ขายของภายในวัดแห่งนี้ บอกว่า รู้สึกตกใจกับเรื่องที่ผู้สื่อข่าวเล่าให้ฟัง ส่วนตัวเคยมาประมูลขายของที่นี่ 2 ครั้ง ใช้เงินประมูลหลักแสนต่อ 1 ร้านค้า และที่ผ่านมาตนก็คิดว่า วัดคงนำเงินที่ได้ไปใช้สอยทำนุบำรุงศาสนา ช่วยเหลือผู้ด้อยโอกาส โรงพยาบาล และโรงเรียน ไม่คิดเลยว่าจะมีผู้ยักยอกเงินไปเล่นพนัน
ความเลื่อมใส ศรัทธา ยังไม่จางหาย ถามประชาชนหลายคนบอกว่า ยังไม่ทราบรายละเอียดของเรื่องนี้ แต่หลังจากนี้ ก็คงเดินมาทำบุญเหมือนเดิม เพราะศรัทธาในองค์หลวงพ่อประจำวัด ไม่เกี่ยวกับบุคคล
ขณะที่ ลุงเอี่ยม ชายพิการที่ศรัทธาวัดแห่งนี้ เคยบริจาคเงินเป็นล้านให้ทางวัด และอยู่อาศัยพึ่งใบบุญที่วัดแห่งนี้ มานานหลายสิบปี มีพี่ ๆ น้อง ๆ และพระคอยดูแล หาข้าว หาน้ำให้ พอผู้สื่อข่าวถามว่า รับรู้กับเหตุการณ์นี้ไหม ลุงเอี่ยมได้แต่นั่งยิ้ม และบอกว่าไม่รู้เรื่องอะไรเลย
ขณะที่ พระราชธรรมนิเทศ หรือ พระพยอม กลฺยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว กล่าวว่า ต้องถามว่าศีล สมาธิ ปัญญา เอาไปซ่อนไว้ที่ไหน ทำไมไม่ใส่สมองไว้ เป็นใหญ่เป็นโตขนาดนี้ ไม่ควรทำ
ลำพังเห็นพระชั้นผู้น้อย ทำศาสนามัวหมอง ก็สะเทือนวงการสงฆ์แล้ว แต่นี่พระระดับเจ้าคณะภาค กลับไม่มีอะไรติดสมองเลย ซุกอบายมุขไว้ในจุดอ่อนของตนเอง ถือว่าเป็นประวัติศาสตร์ฉาววงการสงฆ์
ภิกษุแบบนี้เรียกว่า "ภิกษุมหาโจร" ซุกดาบไว้ในจีวร เป็นมหาโจรตัวใหญ่ ปล้นเงินวัดไปถึง 300 ล้านบาท เป็นความเสียหายทั้งในแง่ภาพลักษณ์และภาพพจน์ และยังทำให้คนที่อยู่ใต้การปกครองหมดศรัทธา
ด้าน แพรรี่ ไพรวัลย์ วรรณบุตร ได้ออกมาแสดงความเห็นเกี่ยวกับประเด็นนี้ บอกว่า "ที่เก็บค่าที่แพง ๆ นึกว่าเอาไปบำรุงวัด ที่แท้เอาไปบำรุงเว็บเหรอ #แฮชแท็ก ค่าที่แพงเพราะแทงไม่ถูก" พร้อมเตือนผู้ที่นุ่งเหลืองห่มเหลือง อย่าหลงทางผิดกันเลย เพราะชาวบ้านเขาไม่ได้สนใจว่าท่านจะมีตำแหน่งหรือยศอะไร เขาสนเพียงว่าท่านมีศีลาจารวัตรงดงามอย่างไรเท่านั้น แล้วหากชาวบ้านต้องมานั่งกราบไหว้พระที่มีคุณธรรมต่ำกว่าตัวเอง สู้เขากราบไหว้ตัวเองไม่ดีกว่าหรือ