พระพยอมส่ายหน้าเป็นถึงพระผู้ใหญ่ ปล่อยให้กิเลสครอบงำ เปรียบเสมือนพระมหาโจร

พระพยอมส่ายหน้าเป็นถึงพระผู้ใหญ่ ปล่อยให้กิเลสครอบงำ เปรียบเสมือนพระมหาโจร

View icon 1.3K
วันที่ 15 พ.ค. 2568 | 17.17 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กรณีเจ้าอาวาสวัดไร่ขิง ถูกออกหมายจับข้อหา ยักยอกเงินวัด กว่า 300 ล้านบาท พระพยอมเผยเป็นถึงพระผู้ใหญ่ ปล่อยให้กิเลสครอบงำ เปรียบเสมือนพระมหาโจร

วันนี้ (15 พ.ค.68)  จากกรณีมีการตรวจสอบพบ พระธรรมวชิรานุวัตร (แย้ม กิตฺตินฺธโร) เจ้าอาวาสวัดไร่ขิง จ.นครปฐม หรือ เจ้าคณะภาค 14. กระทำการทุจริตยักยอกเงินจากบัญชีธนาคารของวัดโอนเข้าบัญขีธนาคารส่วนตัว เพื่อนำไปเล่นพนันบาคาร่าออนไลน์ กว่า 300 ล้านบาท ก่อนที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา พระธรรมวชิรานุวัตร จะชิงเดินทางมาขอเข้าพบพนักงานสอบสวน บก.ปปป. เพื่อเข้ามอบตัวชี้แจงข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้น ตามที่เคยมีการนำเสนอไปแล้วนั้น

ทีมข่าวเดินทางไปพบพระพยอม กัลยาโณ เจ้าอาวาสวัดสวนแก้ว อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี เพื่อสอบถามความคิดเห็นในเรื่องที่เกิดขึ้น

พระพยอม เล่าว่า เป็นครั้งยิ่งใหญ่ที่สุดของวงการสงฆ์ ที่พระระดับชั้นธรรม มาพลาด เรียกว่า ศีล สมาธิ ปัญญา ไม่ได้เอามารักษาคุ้มครอง ปล่อยศีล สมาธิ ปัญญา ไปไว้หลังวัด การปกครองคณะสงฆ์ที่ท่านปกครองมา แล้วไปฉวยโอกาสที่ท่านปกครองมา ไปหยิบยืมเงินจากวัดนั้นวัดนี้ไม่ใช่แต่เงินของวัดอย่างเดียว มองดูลึกๆ คณะกรรมการวัดไม่ทราบว่ารู้เห็นกับเรื่องนี้หรือเปล่า หรือมีส่วนแบ่งหรือได้เปอร์เซ็นต์จากการเล่นพนัน ถ้ารู้ก็น่าจะมีการห้ามปรามบ้าง แต่นี่ปล่อยไปให้เสียเงินกว่า 300 ล้าน บาท มันไม่ใช่เล็กน้อย ที่เขาโกงกันมา 30-50 ล้านบาท ก็ถือว่ามากแล้ว แล้วเงินนี้ก็ไม่ได้เอาไปสร้างสรรค์อะไรเลย เอาไปเล่นกับของเสื่อม เล่นพนันออนไลน์ แบบนี้พระพุทธเจ้าเคยเรียกว่า “ภิกษุมหาโจร” เอาอาวุธซุกซ่อนในจีวร แต่คราวนี้ยิ่งกว่ามหาโจร เพราะปล้นไปได้ตั้ง300 ล้านบาท

ตามหลักพระพุทธศาสนา พระพุทธเจ้าท่านกล่าวไว้ว่า “กรรมใดใครก่อ กรรมนั้นตามสนอง ” จบเห่ชนิดที่ต้องติดคุกติดตาราง น่าสะเทือนใจตรงที่ว่าท่านไม่รักษาความดี ไม่เป็นพระดี ได้เงินได้ทองยังไม่ดีเท่ากับเป็นพระดี แบบนี้เป็นพระดีไม่ได้ ต้องเป็นพระมหาโจร