วันนี้ (19 พ.8. 68) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่ผ่านมา กรมศุลกากรจัดแถลงข่าวร่วมกับบริษัท
ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) จับกุมผู้โดยสารชายสัญชาติออสเตรเลีย ขณะพยายามลักลอบส่งออกไอซ์ มูลค่ากว่า 6.6 ล้านบาท ที่ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยมี นายพันธ์ทอง ลอยกุลนันท์ ที่ปรึกษาด้านการพัฒนาและบริหารการจัดเก็บภาษี ในฐานะโฆษกกรมศุลกากร พร้อมด้วย นายกิตติพงศ์ กิตติขจร ผู้อำนวยการท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) น.อ.ชนันนัทธ์ รอดกุล ผู้อำนวยการฝ่ายรักษาความปลอดภัย ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ พล.อ.ต.นิวัติ พูนสินผู้บังคับทหารอากาศดอนเมือง (ฉก.333) พ.ต.อ.ทองรชฎ เหรียญสุวงษ์ ผกก.สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ร่วมแถลงข่าวถึงความสำเร็จในการสกัดกั้นยาเสพติดตามนโยบายของรัฐบาล
นายพันธ์ทอง เปิดเผยว่า การจับกุมดังกล่าวเกิดขึ้นเมื่อวันที่ 18 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา เป็นผลจากการบูรณาการปฏิบัติงานร่วมกันระหว่างสำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ กองสืบสวนและปราบปราม กรมศุลกากร สภ.ท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ และหน่วยสกัดกั้นยาเสพติดทางท่าอากาศยานนานาชาติ (Airport Interdiction Task Force: AITF) ประกอบด้วย บริษัท ท่าอากาศยานไทย จำกัด (มหาชน) (AOT) สำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามยาเสพติด (ป.ป.ส.) กองบัญชาการตำรวจปราบปรามยาเสพติด (บช.ปส.)
ในการจับกุมครั้งนี้ เจ้าหน้าที่ศุลกากรได้รับประสานจากเจ้าหน้าที่ฝ่ายรักษาความปลอดภัยท่าอากาศยานสุวรรณภูมิว่า พบชายต้องสงสัยมีพฤติกรรมน่าจะเกี่ยวข้องกับสิ่งผิดกฎหมาย และจากการตรวจสอบภาพเอกซเรย์สัมภาระเบื้องต้นพบวัตถุต้องสงสัยมีลักษณะหนาแน่นผิดปกติอยู่ภายในกระเป๋าเดินทาง เจ้าหน้าที่ศุลกากรจึงแสดงตัวพร้อมบัตรประจำตัวพนักงานศุลกากร เชิญชายต้องสงสัยซึ่งเป็นบุคคลสัญชาติออสเตรเลีย อายุ 28 ปี ที่กำลังจะเดินทางออกจากท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ ไปยังเมืองเมลเบิร์น เครือรัฐออสเตรเลีย ไปตรวจสอบกระเป๋าเบื้องต้นบริเวณหลุมจอดเครื่องบิน และนำไปตรวจสอบโดยละเอียด ที่ทำการฝ่ายสืบสวนและปราบปราม สำนักงานศุลกากรตรวจของผู้โดยสารท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ
ผลการตรวจสอบกระเป๋าเดินทางแบบแข็งสีดำ จำนวน 1 ใบ พบวัตถุคล้ายเกล็ดสีขาวขุ่นบรรจุอยู่ในถุงชา ห่อหุ้มด้วยถุงสุญญากาศ เมื่อทำการทดสอบด้วยน้ำยาเคมี ONCB051 MARQUIS REAGENT ผลปรากฏว่าวัตถุดังกล่าวทำปฏิกิริยาเปลี่ยนจากใสไม่มีสีเป็นสีน้ำตาล จึงเชื่อได้ว่าเป็นยาเสพติดให้โทษในประเภท 1 เมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) น้ำหนักรวมสิ่งห่อหุ้ม 22 กิโลกรัม มูลค่าประมาณ 6,600,000 บาท
อย่างไรก็ตาม กรณีเป็นการกระทำความผิดฐานลักลอบส่งออกและมีไว้ในครอบครองซึ่งยาเสพติดให้โทษประเภท 1 อันเป็นความผิดตามมาตรา 242 มาตรา 252 มาตรา 166 และมาตรา 167 แห่ง พ.ร.บ.ศุลกากร พ.ศ.2560 มาตรา 90 และมาตรา 145 แห่งประมวลกฎหมายยาเสพติด ประกอบกับมาตรา 80 แห่งประมวลกฎหมายอาญา ทั้งนี้ ในปีงบประมาณ 2568 (ตั้งแต่วันที่ 1 ตุลาคม 2567 ถึง 16 พฤษภาคม 2568) กรมศุลกากรสามารถดำเนินการจับกุมเมทแอมเฟตามีน (ไอซ์) ได้จำนวน 30 คดี มูลค่ารวมกว่า 558.23 ล้านบาท รวมถึงการจับกุมยาเสพติดประเภทอื่น ๆ เช่น ไอซ์ เฮโรอีน ยาบ้า ยาอี และโคเคน จำนวน 151 คดี มูลค่ารวมกว่า 916 ล้านบาท