โรคแพ้เสียงแตรกำเริบ! หนุ่มฉุนถูกรถตู้บีบแตรใส่ จอดรถซัดกันนัว แท็กซี่เห็นท่าไม่ดี เข้าไปช่วยห้าม โดนหมวกกันน็อกตีหัวแตก เย็บ 4 เข็ม
20 พ.ค.68 นาย วิเชียร อายุ 45 ปี (สวมเสื้อลายสก็อตสีน้ำเงิน) เดินทางเข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สภ.บางใหญ่ อ.บางใหญ่ จ.นนทบุรี หลังจากเมื่อวันที่ 19 พ.ค.ที่ผ่านมา เวลาประมาณ 16.00 น.ได้มีเรื่องทะเลาะชกต่อยกับชายไม่ทราบชื่อ ลักษณะตัวสูงใหญ่ ขี่รถจักรยานยนต์ สีดำ จนได้รับบาดเจ็บ มีแผลแตกที่บริเวณคิ้วด้านขวา และแผลปากแตก เสื้อมีร่องรอยฉีกขาดเลอะคราบเลือด
โดยนายวิเชียร เล่าว่า ขณะที่กำลังขับรถตู้รอรับผู้โดยสาร ได้มีรถจักรยานยนต์ได้มาจอดขวางด้านหน้ารถ จึงได้ทำการบีบแตรเตือนไป ทำให้คนขี่รถจักรยานยนต์ไม่พอใจ หันกลับมาต่อว่า จากนั้น ตนจึงได้ลงจากรถไปสอบถามและเกิดการชกต่อยกัน คนขับแท็กซี่ซึ่งอยู่บริเวณนั้นเห็นเหตุการณ์จึงเข้ามาช่วยห้าม แต่ก็โดนทางคนขี่รถจักรยานยนต์ ทุบด้วยหมวกกันน็อกจนได้รับบาดเจ็บหัวแตก เย็บ 4 เข็มลงไปนอนกับพื้น ก่อนที่ผู้ก่อเหตุจะขี่รถหลบหนีไปพร้อมกับเพื่อน
นายวิเชียร กล่าวต่อว่า ตนได้ขับรถมาจอดบริเวณหน้าห้างเพื่อมารอรับผู้โดยสาร ซึ่งตรงที่ตนจอดนั้นจะมีช่องเว้นเอาไว้ระหว่างรถตู้ของตนกับแท็กซี่ที่จอดรอรับผู้โดยสาร จู่ ๆ คู่กรณีก็ขี่รถจักรยานยนต์ลอดผ่านช่องว่างดังกล่าวมา ตนจึงบีบแตรเพื่อเตือน กลัวว่าจะเกิดอันตราย แต่ทางคู่กรณีกลับจอดรถและหันมาด่าตน ตนจึงได้เปิดกระจกและถามว่าพูดอะไร ทางคู่กรณีก็บอกให้ตนลงมาเคลียร์ ตนจึงเปิดประตูรถลงไปด้วยเพื่อไปเคลียร์ แต่ทางคู่กรณีกลับชกต่อยตน ด้วยความที่ตนตัวเล็กกว่าจึงไม่สามารถตอบโต้อะไรได้จึงทำได้แค่ป้องกันตัวเองเท่านั้น
ทางคู่กรณีได้ใช้หมวกกันน็อกทุบตีจนได้รับบาดเจ็บเป็นแผลแตกที่คิ้วข้างขวา และปากแตก ต่อมาตนเห็นว่าไม่ไหวแล้วจึงวิ่งหนีไปขึ้นรถแท็กซี่ ในขณะที่หนีมาขึ้นรถ ก็เห็นคนรู้จักที่ขับแท็กซี่อยู่แถวนั้นเข้ามาช่วยห้าม แต่ก็ถูกทางคู่กรณีทุบตีด้วยหมวกกันน็อกจนล้มลงไปกองกับพื้น หลังจากนั้นก็ได้ขี่รถหลบหนีไป ตนจึงรีบเข้ามาแจ้งความเอาไว้ก่อน
ด้าน นายศุภกร อายุ 48 ปี (สวมเสื้อเชิ้ตสีน้ำเงิน) คนขับรถแท็กซี่ เล่าว่า ตนจอดรถรับผู้โดยสารอยู่ ก็เห็นว่ารถจักรยานยนต์ขี่มาจอดรอรับผู้โดยสารตรงด้านหน้าของรถตู้ พอรถตู้จะออก เขาก็บีบแตรใส่รถจักรยานยนต์ที่จอดขวางอยู่ด้านหน้า หลังจากนั้นเขาก็มองหน้ากัน คนขี่รถจักรยานยนต์ ก็ตะโกนบอกให้คนขับรถตู้ไปจอดด้านหน้า หลังจากนั้นเขาก็มีเรื่องชกต่อยกัน ตนเห็นว่าคนขับรถตู้เป็นคนรู้จักกันมาก่อนก็เลยจะเดินเข้าไปห้าม เพราะเห็นว่าคนขับรถตู้โดนต่อยเยอะและสู้ไม่ไหวแล้ว
แต่ทางคนขี่รถจักรยานยนต์เขาไม่ยอม วิ่งไล่คนขับรถตู้ไปจนถึงด้านบนและโทรเรียกเพื่อนมาช่วยด้วย หลังจากคนขับรถตู้หนีขึ้นแท็กซี่ไปแล้ว คนขี่รถจักรยานยนต์ ก็เดินลงมาหาตนด้วยอารมณ์โมโห และถามว่าตนเป็นเพื่อนมันเหรอ หลังจากนั้น ก็ชกต่อยตนและใช้หมวกกันน็อกตีใส่ตนหลายครั้งจนหัวแตก และล้มลงไปนอนกับพื้นกระแทกกับฟุตบาตจนคอเคล็ด จากนั้นคนขี่รถจักรยานยนต์กับเพื่อนก็ขี่รถหนีไป หลังจากไปทำแผลที่โรงพยาบาลเสร็จจึงเดินทางมาแจ้งความ เพื่อให้เจ้าหน้าที่ตำรวจติดตามมาดำเนินคดีตามกฏหมาย