ทนายรณรงค์ ยกคดีเสก โลโซ ชื่อเสียงไม่ทำให้อยู่เหนือกฎหมาย

ทนายรณรงค์ ยกคดีเสก โลโซ ชื่อเสียงไม่ทำให้อยู่เหนือกฎหมาย

View icon 458
วันที่ 21 พ.ค. 2568 | 10.04 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ทนายรณรงค์ ยกคดีเสก โลโซ ชื่อเสียงไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดกฎหมาย โอกาส “รอลงอาญา” ใช้ไปแล้ว พฤติกรรมซ้ำซาก ท้าทายกฎหมาย อุทาหรณ์คนที่คิดว่าการละเมิดกฎหมายเล็กน้อยไม่มีผล

ศาลฎีกาพิพากษาจำคุกเสก โลโซ เป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน 20 วัน โดยไม่รอลงอาญา วานนี้ (20 พ.ค.68) ทนายรณรงค์ แก้วเพ็ชร์ โพสต์ข้อความในเพจเฟซบุ๊กทนายคู่ใจถึงกรณีดังกล่าวว่า ศาลอาญามีนบุรีมีคำพิพากษาศาลฎีกาเป็นที่สิ้นสุดในคดีของร็อกเกอร์ชื่อดัง “เสก โลโซ” หรือ นายเสกสรรค์ ศุขพิมาย โดยพิพากษาให้จำคุกเป็นเวลา 2 ปี 12 เดือน 20 วัน โดยไม่รอลงอาญา การสิ้นสุดคดีนี้ไม่ใช่แค่จุดจบของคดีความ แต่ยังเป็นกรณีศึกษาสำคัญให้สังคมได้เข้าใจว่า ไม่ว่าใครก็ต้องอยู่ภายใต้กฎหมาย และยังเป็นโอกาสดีที่เราจะมาเรียนรู้เรื่อง การนับอายุโทษจำคุก ที่หลายคนอาจเคยสงสัยว่า “ทำไมต้องแยกเป็นปี เดือน วัน”

ย้อนคดี “เสก โลโซ” กับพฤติกรรมที่ไม่เกรงใจสังคม คดีนี้เริ่มต้นในคืนวันที่ 31 ธ.ค.60 เมื่อเสก โลโซ ยิงปืนขึ้นฟ้าภายในวัดเขาขุนพนม จ.นครศรีธรรมราช จนนำไปสู่การถูกตำรวจนำหมายจับไปควบคุมตัวที่บ้านพักในกรุงเทพฯ แต่เสก โลโซ กลับขัดขืนการจับกุม และไลฟ์การปะทะกับเจ้าหน้าที่ผ่านเฟซบุ๊ก

ผลคือเขาถูกดำเนินคดีหลายข้อหา ได้แก่ มีและพกอาวุธปืนโดยไม่ได้รับอนุญาต ยิงปืนในที่สาธารณะ ขัดขืนเจ้าพนักงาน และเสพยาเสพติด นอกจากนี้ยังมีการนำโทษเก่ามารวม เช่น คดีทำร้ายร่างกายคนใกล้ชิดภรรยาเมื่อปี 2559 ซึ่งเคยได้รับโอกาสให้รอลงอาญา แต่พฤติกรรมซ้ำซากและท้าทายกฎหมาย ทำให้ศาลมองว่า ควรได้รับโทษจริงโดยไม่รอลงอาญา

ทนายรณรงค์ ระบุด้วยว่า บทเรียนจากคดีนี้ คือ การเป็นคนมีชื่อเสียงไม่ใช่ใบอนุญาตให้ละเมิดกฎหมาย การกระทำที่ท้าทายเจ้าหน้าที่รัฐในที่สาธารณะ ย่อมส่งผลร้ายแรง โอกาสที่ศาลให้ (เช่น การรอลงอาญา) หากไม่รู้จักใช้ให้เป็นประโยชน์ ก็จะหมดสิทธิ์ในครั้งต่อไป

ข้อความตอนหนึ่ง ทนายรณรงค์ ได้อธิบายถึงการนับโทษว่า ทำไมโทษจำคุกถึงเขียนว่า “2 ปี 12 เดือน 20 วัน”? ไม่ใช่ 3 ปี 20 วัน ซึ่งมีเหตุผลทางกฎหมายรองรับ เพราะหลักของประมวลกฎหมายอาญา และแนวปฏิบัติของกรมราชทัณฑ์ การนับโทษจำคุกต้องแยกเป็น 3 หน่วย คือ ปี - เดือน - วัน อย่างชัดเจน เพื่อให้เห็นที่มาของโทษจากแต่ละคดี และใช้ประกอบการพิจารณาด้านสิทธิต่าง โดยการแยกปี เดือน วัน จะมีผลโดยตรงต่อ การพิจารณาอภัยโทษ เช่น พระราชกฤษฎีกาอภัยโทษในโอกาสพิเศษ ที่กำหนดว่าผู้ต้องขังที่ “เหลือโทษไม่เกิน 1 ปี” หรือ “จำคุกไม่เกิน 2 ปี” จะได้รับการลดโทษ การพิจารณาให้เข้าเรือนจำเปิด หรือได้รับสิทธิพักโทษ รวมถึงการคำนวณวันปล่อยตัวอย่างแม่นยำ

คดีของเสก โลโซ สะท้อนชัดว่า ชื่อเสียงไม่สามารถปกป้องใครจากผลของการกระทำผิดได้ ขณะเดียวกันก็เปิดโอกาสให้เราเข้าใจระบบกฎหมายไทยให้ลึกซึ้งขึ้น โดยเฉพาะเรื่องที่มักถูกมองข้ามอย่าง การนับระยะเวลาโทษ ใครที่คิดว่าการละเมิดกฎหมายเล็กน้อยไม่มีผล ควรย้อนดูคดีนี้เป็นบทเรียน เพราะเมื่อศาลใช้ดุลพินิจอย่างรอบคอบและเชื่อมโยงทุกพฤติกรรมเข้าด้วยกัน โทษจริงก็จะมาตามลำดับ ไม่เร็วก็ช้า กฎหมายอาจไม่ใช่คำตอบของทุกปัญหา แต่เป็นหลักที่ทำให้สังคมยืนอยู่บนความเป็นธรรม