หลัง 22 พ.ค.นี้ การเมืองร้อนแรง “ศาลปกครองสูงสุด” วินิจฉัย “ยิ่งลักษณ์” ชดใช้คดีจำนำข้าว คิวต่อไป “ทักษิณ” ขึ้นศาล 13 มิ.ย. กรณีชั้น 14
เมื่อวานนี้ (20 พ.ค.68) นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน กล่าวในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน ว่า การเมืองหลังวันที่ 22 พ.ค.นี้ จะร้อนแรงขึ้น เมื่อมีผลวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุด กรณีให้น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ชดใช้เงิน 3.5 หมื่นล้านบาท ที่สร้างความเสียหายในโครงการจำนำข้าวหรือไม่
จากนั้น ภายในวันที่ 12 มิ.ย. ผลสอบจริยธรรมแพทย์รักษา นายทักษิณ ชินวัตร อดีตนายกรัฐมนตรี ที่ชั้น 14 โรงพยาบาลตำรวจ ย่อมชัดเจนและครบถ้วนตามกระบวนการกฎหมาย ซึ่งจะนำพาไปสู่ศาลฎีกาแผนกคดีอาญาของผู้ดำรงตำแหน่งทางการเมือง นัดพร้อมหรือไต่สวนบังคับให้เป็นไปตามหมายจำคุกหรือไม่ ในวันที่ 13 มิ.ย.นี้
“สถานการณ์การเมืองจะกระเพื่อมแรงขึ้น ล้วนมีศูนย์กลางปัญหาอยู่ที่ทักษิณทั้งสิ้น ดังนั้นทั กษิณ จึงเป็นปัญหาของชาติ และปัญหาของตัวเอง แม้กองเชียร์พยายามประโคมโหมบอกว่า ทักษิณ กลับมาแก้ไขปัญหาเศรษฐกิจของประเทศ แต่สภาพบ้านเมืองขณะนี้เศรษฐกิจปากท้องยิ่งย่ำแย่หนักขึ้นไปอีก” นายจตุพร กล่าว
นายจตุพร กล่าวว่า นายทักษิณ ประกาศย้ำคำมั่นสัญญาขออนุญาตกลับประเทศเพื่อเลี้ยงหลาน เพราะแก่แล้ว กระทั่งถึงถวายฎีกา ซึ่งระบุการยอมรับผิดในคดีทุจริตคอร์รัปชัน ยอมรับกระบวนการยุติธรรม และสำนึกในการกระทำผิดของตัวเองนั้นแล้ว แม้เมื่อกลับมาแล้ว ไม่ได้ปฎิบัติตามคำมั่นสัญญาตามนั้น โดยไม่ติดคุกสักวันเดียว และไม่ได้อยู่ในสภาพของคนกลับมาเลี้ยงหลาน หรือเป็นคนแก่ป่วยช่วยเหลือตัวเองไม่ได้
"ในวันที่ 13 มิ.ย.ปัญหาคือ ทักษิณจะไปศาลหรือไม่ ถ้าไม่ไปตามหมายศาลแล้ว ศาลสามารถออกหมายจับได้ ซึ่งจะทำให้เหตุการณ์ง่ายๆ ได้ทวีแรงขึ้นตามลำดับ อีกทั้งถัดไปในเดือนกรกฎาคมจะมีการพิจารณาคดี 112 อีก ย่อมยากจะคาดเดาผลการพิจารณาของศาลได้” นายจตุพร กล่าว
ทั้งนี้ นายจตุพร มองว่า หากทักษิณติดคุก การเมืองจะเปลี่ยนไป หรือถ้าหนีอีกยิ่งทำให้สถานการณ์เปลี่ยนไปอีกแบบทั้งที่ปัจจุบันรัฐบาลแทบทะเลาะลึกและจ้องกัดหูกันอยู่แล้ว ดังนั้น การแก้ปัญหาของบ้านเมืองต้องไม่ใช่การเพิ่มปัญหาขึ้นมาอีก เพราะยิ่งจะทำให้บ้านเมืองสะสมความเสียหายกันอีกมากมาย