ตำรวจกองปราบฯ รวบหนุ่มมาดดี ฉากหน้าอ้างรัก – เบื้องหลังเชิดทรัพย์เหยื่อสูญเงิน กว่า 8 ล้านบาท

ตำรวจกองปราบฯ รวบหนุ่มมาดดี ฉากหน้าอ้างรัก – เบื้องหลังเชิดทรัพย์เหยื่อสูญเงิน กว่า 8 ล้านบาท

View icon 355
วันที่ 21 พ.ค. 2568 | 17.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
กองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลาง (CIB) โดย กอบบังคับการปราบปราม (บก.ป.) จับกุม นายวรเทพฯ อายุ 46 ปี ผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลอาญา ที่ 1762/2568 ลงวันที่ 13 มีนาคม 2568 ซึ่งต้องหาว่ากระทำความผิดฐาน “ร่วมกันฉ้อโกงโดยแสดงตนเป็นคนอื่น และนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์ บิดเบือนหรือปลอม ไม่ว่าทั้งหมดหรือบางส่วน หรือข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ โดยประการที่น่าจะเกิดความเสียหายแก่ผู้อื่น”

สืบเนื่องจากผู้ต้องหามีพฤติการณ์แต่งตัวดี พูดจาน่าเชื่อถือ แอบอ้างเป็นเจ้าของกิจการ เต็นท์รถ ผู้บริหาร หรือหมอ หลอกหญิงสาวหลายรายผ่านเฟซบุ๊ก โดยอ้างว่าจะใช้ชีวิตร่วมกันหรือร่วมลงทุนธุรกิจก่อนโน้มน้าวให้เหยื่อโอนทรัพย์สิน เช่น รถยนต์ บ้าน หรือเงินสด

ในคดีล่าสุด เหยื่อเป็นหญิงสาวเจ้าของธุรกิจ รู้จักกับ นายวรเทพ ฯ ผ่านทาง Facebook โดยฝ่ายชายได้ทักเข้ามาพูดคุยแบบสุภาพ ใช้ภาพโปรไฟล์ดูดี มีรถหรู ชุดสูท โปรไฟล์คล้ายผู้บริหาร บทการสนทนาเน้นสร้างความเชื่อใจ เช่น อ้างเคยล้มเหลวในความรัก, ต้องการคนดูแลจริงจัง, อยากมีครอบครัว ก่อนจะชักชวนพูดคุยเกือบทุกวัน ติดต่ออย่างต่อเนื่อง ทำให้ผู้เสียหาย “รู้สึกว่าเป็นความสัมพันธ์จริงจัง”

ต่อมานายวรเทพฯ เริ่ม เสนอช่วยผ่อนรถ-ผ่อนบ้าน หรือขอให้โอนกรรมสิทธิ์มาร่วมกันถือครอง โดยอ้างว่า “จะอยู่ด้วยกันถาวร / จะลงทุนด้วยกัน” แต่เมื่อได้รับทรัพย์แล้ว ผู้ต้องหาค่อยๆ เงียบหาย ติดต่อยากหรืออ้างเหตุผลหลีกเลี่ยงอย่างอื่นผู้เสียหายเริ่มสงสัย เอะใจ จึงตรวจสอบในโซเชียลมีเดียและพบว่ามีผู้หญิงหลายรายโพสต์เตือนภัยพฤติกรรมลักษณะเดียวกันของนายวรเทพ ฯ จึงรวบรวมหลักฐานแจ้งความกับตำรวจ สน.บึงกุ่ม พร้อมกับเข้าแจ้งความเจ้าหน้าที่ตำรวจกองปราบปราม เพื่อให้ติดตามจับกุมผู้ต้องหารายนี้ให้ได้ โดยความเสียหายเฉพาะคดีของผู้เสียหายรายนี้ กว่า 8 ล้านบาท

เบื้องต้นพนักงานสอบสวนจึงได้รวบรวมพยานหลักฐาน ก่อนขอศาลออกหมายจับผู้ต้องหารายนี้ไว้ กระทั่งสืบสวนหาตัวบุคคล พบนายวรเทพ ฯ อยู่ที่บริเวณหน้าคอนโดแห่งหนึ่ง ถนนรามคำแหง จึงนำกำลังเข้าจับกุมไว้ พร้อมนำตัวส่งพนักงานสอบสวน สน.บึงกุ่ม ดำเนินคดีต่อไป

สอบถามคำให้การผู้ต้องหาเบื้องต้น รับว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับนี้จริง แต่ปฏิเสธตามข้อกล่าวหา

ทั้งนี้จากการตรวจสอบประวัติการกระทำผิดเพิ่มเติม พบว่าผู้ต้องหารายนี้เคยมีประวัติอาชญากรรม 7 คดี ในหลายพื้นที่ ส่วนใหญ่เกี่ยวข้องกับความผิดฐานฉ้อโกง, ยักยอกทรัพย์, ลักทรัพย์ และความผิดเกี่ยวกับเอกสารสิทธิ์ รวมถึงยังมีหมายจับศาลอีกหลายคดีที่ผู้เสียหายฟ้องร้องด้วยตนเองอีกด้วย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง