ชายวัย 60 ถูกหลอกลงทุนซื้อโควตาลอตเตอรี่ เข้าแจ้งความกับตำรวจ หลังติดต่อคนชวนลงทุนไม่ได้ สูญเงิน 5 ล้านกว่าบาท ระบุ ยังมีคนถูกหลอกลักษณะเดียวกันเป็นจำนวนมาก มูลค่าความเสียหายไม่ต่ำกว่า 10 ล้านบาท
วันนี้ ( 22 พ.ค.68) ที่ สภ.เมืองเชียงราย นายธนัชชนย์ อายุ 60 ปี ชาว ต.ป่าอ้อดอนชัย อ.เมืองเชียงราย ซึ่งเมื่อเดือน พ.ย.66 เคยได้เข้าแจ้งความร้องทุกข์กับพนักงานสอบสวน เพื่อให้ช่วยติดตามจับกุมผู้ที่หลอกลวงตน ได้เข้ามาติดตามคดี
โดยผู้เสียหายเปิดเผยว่า ตนเป็นฝ่ายจัดหารายได้ของสมาคมทหารผ่านศึก จ.เชียงราย ช่วงประมาณต้นปี 2566 ได้มีโอกาสรู้จักกับนายวุฒิ (นามสมมุติ) เนื่องจากไปออกกำลังกายแล้วมีโอกาสพบปะพูดคุยกัน และต่อมานายวุฒิได้มาชักชวนให้ลงทุน โดยบอกว่าสามารถนำเอาโควตาสลากกินแบ่งรัฐบาลมาแบ่งให้ได้ และเขาจะรับหน้าที่ขายให้ แล้วเราจะได้รับส่วนแบ่งต่อกล่องๆละประมาณ 3-5 พันบาท (1 กล่องมีล็อตเตอรี่ 100 ใบ) ตนก็รู้สึกสนใจ เพราะอยากจะมีรายได้ ส่วนหนึ่งก็อยากจะนำมาจำหน่าย นำรายได้เข้าสมาคมทหารผ่านศึก แต่เขาบอกว่า ตอนที่มาชวนนั้นโควตาสำหรับทหารผ่านศึกยังไม่มี แต่เขาสามารถดึงโควต้ามาจากคนรู้จักมาได้ ซึ่งแต่ละคนจะมีโควตาในมือคนละ 2 กล่อง และเจ้าของโควตาต้องการจะขาย ตนก็เลยติดต่อเพื่อเอามาขายเอง โดยใช้เงินเก็บของตัวเองในการลงทุน แต่ในรอบต่อๆมา เขาก็จะโน้มน้าวให้ตนเพิ่มจำนวนกล่องมากขึ้นเรื่อยๆ จนยอดที่เราโอนไปโอนมาให้เขามันเพิ่มเป็นยอด 5 ล้านกว่าบาท ซึ่งมีทั้งเงินเก็บส่วนตัวและเงินที่ไปกู้ยืมมาลงทุน
นายธนัชชนย์ เล่าอีกว่า ตลอดเวลาที่ร่วมลงทุนกันนั้น ตนเคยเห็นล็อตเตอรี่จริงๆเพียงแค่ครั้งเดียว ในตอนที่เขามาชวนลงทุนเท่านั้น หลังจากลงทุนไปแล้วนั้นจะมีแค่การโอนไปโอนมาเท่านั้น ส่วนล็อตเตอรี่เขาอ้างว่าเอาไปขายให้ ส่วนเราเป็นคนลงทุน จนกระทั่งผ่านไปประมาณ 5 เดือน เขาก็ติดต่อมา บอกว่าหวยโดนคนขโมยไป ต้องไปทำเรื่องดำเนินคดีที่ จ.กาญจนบุรี ทั้งที่ตอนมาชวนก็บอกว่าโควตาหวยทั้งหมด มาจากคนในพื้นที่ จ.เชียงราย ตนก็เลยรู้สึกผิดสังเกตุ เริ่มคิดว่าตนเองคงจะโดนหลอกให้ลงทุนลอตเตอรี่ทิพย์ จึงเริ่มไล่สอบถามพรรคพวกที่รู้จักกัน ก็พบว่าบุคคลดังกล่าวและพวกรวม 4 คน ได้มาชักชวนคนมาลงทุนในลอตเตอรี่ทิพย์ลักษณะเดียวกันกับตน และเท่าที่ได้พูดคุยกับผู้เสียหายที่รู้จักกัน ซึ่งมีจำนวน 5 คน พบว่าสูญเงินรวมกันประมาณ 10 ล้านบาท แต่ยังมีคนอื่นที่ถูกหลอกอีกหลายคนที่พวกตนไม่รู้จัก คาดว่าความเสียหายจริงน่าจะมากกว่านี้ ตนก็เลยรวบรวมหลักฐานไปแจ้งความกับ ร.ต.ท.ปัญจณัฐ ศุทธาศิววงศ์ รอง สว.(สอบสวน) สภ.เมืองเชียงราย ไว้ตั้งแต่วันที่ 29 พ.ย. 66 และวันนี้ตนได้นำหลักฐานเพิ่มเติมมามอบให้พนักงานสอบสวนและพาพยานมาให้ข้อมูลเพิ่มเติมด้วย
ทั้งนี้หลังจากพบว่าถูกหลอกและตนได้ไปแจ้งความดำเนินคดี ก็ไม่ได้พบกับคนที่มาชักชวนอีกเลย ตำรวจบอกให้มาพบเพื่อพูดคุยไกล่เกลี่ยเขาก็ไม่ยอมมา ตนไปตามถึงบ้านซึ่งอยู่ห่างจากโรงพักไม่ไกลก็ไม่เคยจะเจอตัว แต่มีการเคลื่อนไหวในสื่อโซเซียลอยู่ตลอด ตนจึงอยากให้เจ้าหน้าที่ตำรวจดำเนินคดีนายวุฒิกับพวกในข้อหาร่วมกันฉ้อโกงให้ถึงที่สุด