ข่าวเย็นประเด็นร้อน - พ่อและญาติของพยาบาลสาวที่ถูก "นายแบงค์" รัดคอเสียชีวิตที่หอพักบนเกาะสมุย โกรธแค้นบุกไปหวังประชาทัณฑ์ ตำรวจต้องห้ามกันวุ่น
ภาพที่เห็นนี้เกิดขึ้นหลังตำรวจนำตัว นายสุวัฒน์ หรือ แบงค์ อายุ 30 ปี ผู้ต้องหาคดีฆ่ารัดคอ นางสาวอัญชุลี อายุ 36 ปี พยาบาลโรงพยาบาลเอกชนบนเกาะสมุย ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ช่วงจังหวะที่นำตัวลงมาขึ้นรถ พ่อ ญาติ และเพื่อน ของคนตายที่อยู่ในอารมณ์โกรธแค้น ไปดักรอที่ลานจอดรถ กรูกันเข้าไปหวังจะประชาทัณฑ์ ตำรวจที่อยู่แถวนั้นต้องช่วยกันห้าม และจับตัวพ่อเอาไว้ที่บริเวณฝากระโปรงรถ พร้อมกับปลอบคุณพ่อว่า "ตำรวจจับให้แล้ว มันรับกรรมแล้ว และขอให้พ่อใจเย็น ๆ" ซึ่งพ่อเองแทบจะทรุดลงไปกับรถ แววตาเต็มไปด้วยความโศกเศร้าและโกรธแค้น ก่อนที่ตำรวจจะนำตัว นายแบงค์ ออกไปจากจุดเกิดเหตุ
ก่อนหน้านี้ ตำรวจไปจับกุมตัว นายแบงค์ ได้ที่ตำบลบ่อผุด ใกล้กับท่าเทียบเรือโดยสาร ขณะเตรียมหลบหนีออกจากเกาะสมุย แต่สุดท้ายก็ถูกจับกุมตัวได้ตั้งแต่เมื่อคืน ช่วงที่จับกุม นายแบงค์ ใช้หลายวิธีอำพรางตัวไม่ให้ถูกจับกุม ทั้งนอนเอาทรายกลบร่างกายไว้ ปีนต้นไม้ เดินตามแนวชายหาด ว่ายน้ำข้ามปากคลอง พรางตัวเป็นคนเร่ร่อน โดยเอากระสอบข้าวสารมาคลุมหัว เอาผ้าห่มมาพันร่างกาย
ช่วงที่นำตัวไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพจุดเกิดเหตุ ห้องพักหมายเลข 211 นายแบงค์ บอกว่า ก่อนเกิดเหตุอาศัยอยู่กับแฟนสาว ผู้ช่วยพยาบาล ห้องข้าง ๆ กับผู้ตาย หมายเลขห้อง 210 ช่วงเกิดเหตุเวลา 02.00 น. นั่งสูบบุหรี่หลังห้อง มองเข้าไปในห้องผู้ตายเห็นแหวนทอง และต่างหูทอง วางอยู่ที่เคาน์เตอร์ทีวี เห็นผู้ตายนอนหลับ เปิดไฟห้องอยู่ จึงปีนระเบียงหลังห้อง ผ่านตู้แอร์ ข้ามไปยังหลังห้องผู้ตายที่เปิดประตูทิ้งไว้ จากนั้นก็ไปปิดไฟ แล้วหยิบทอง แต่จังหวะนั้นผู้ตายตื่นมาเจอพอดี
หลังจากใช้มือปิดปาก แขนล็อกลำคอของผู้ตาย บอกกับผู้ตายว่า "อย่าร้อง จะไปแล้ว" แต่ผู้ตายขัดขืน กัดที่นิ้ว จึงเหวี่ยงผู้ตายลงไปนอนบนเตียง และใช้มือบีบที่คอจนเสียชีวิต ก่อนไปยังได้จัดฉาก อุ้มผู้ตายไปนอนบนเตียง จัดท่าทางว่าโดนข่มขืน พร้อมกับนำกล่องถุงยางอนามัยไปวางไว้ แล้วเดินออกจากห้องผู้ตายทางประตูหน้า ไปพร้อมกับทรัพย์สิน มีแหวนทอง 1 วง, ตุ้มหูทอง 1 คู่ และกุญแจรถเก๋งของผู้ตาย ก่อนเข้าไปเปลี่ยนเสื้อผ้าที่ห้อง แล้วขับรถผู้ตายหนี นำไปจอดทิ้งไว้ที่ห้างสรรพสินค้า ตำบลบ่อผุด ก่อนเดินไปขึ้นรถแท็กซี่ไปส่งที่ ตำบลแม่น้ำ และนำแหวนทองไปขายได้เงินมา 3,000 บาท ส่วนตุ้มหูขายไม่ได้ และจ่ายค่าแท็กซี่ไป 700 บาท
ก่อนหน้านี้ พ่อ ญาติ และเพื่อน เดินทางไปรับศพเพื่อนำไปตั้งบำเพ็ญกุศลที่จังหวัดเชียงราย โดย นายนครินทร์ พ่อผู้เสียชีวิตถึงกับร่ำไห้ บอกว่าความรู้สึกตอนนี้คือพูดไม่ออก งงไปหมด ที่ผ่านมาลูกสาว โทร.หาเดือนละ 2-3 ครั้ง ว่างเมื่อไร ก็โทร.หาพ่อคุยกัน หรือ ติดต่อกันทางไลน์ ก่อนหน้านี้ลูกส่งสละ ไปให้กิน ช่วงก่อนลูกสาวจะเสียชีวิต ก็ไม่มีลางบอกเหตุใด ๆ ไม่คิดว่าจะจากไปเร็วขนาดนี้
พอถามว่า อยากจะพูดอะไรกับคนร้ายหรือไม่ พ่อบอกว่าไม่อยากพูดถึง เพราะเขาก็มีลูกแล้ว และเขาก็คงเป็นพ่อที่ดีให้ลูกเขาไม่ได้แล้ว ถ้าสันดานแบบนี้ เป็นพ่อคนไม่ได้หรอก ฝากตำรวจเอาตัวไปชดใช้กรรมที่ก่อ ไม่ต้องพามาขอขมา เพราะไม่อโหสิกรรม และไม่ให้อภัยให้เด็ดขาด