คนไทยบริจาคเลือดแค่ 2.51 % คนรุ่นใหม่บริจาคน้อยลง วอนกลุ่ม Gen Z ร่วมบริจาค

คนไทยบริจาคเลือดแค่ 2.51 % คนรุ่นใหม่บริจาคน้อยลง วอนกลุ่ม Gen Z ร่วมบริจาค

View icon 568
วันที่ 27 พ.ค. 2568 | 18.07 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย วอนกลุ่ม Gen Z ร่วมบริจาคโลหิต หลังพบกลุ่มคนรุ่นใหม่บริจาคน้อยลง 

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย เปิดเผยข้อมูลคนไทยบริจาคโลหิตเพียง 1.6 ล้านคน หรือเท่ากับ 2.51 เปอร์เซ็นต์ โดยองค์การอนามัยโลก (WHO) กำหนดให้มีโลหิตสำรอง 3 เปอร์เซ็นต์ของประชากร ในจำนวนนี้เป็นกลุ่มที่บริจาคโลหิตไม่สม่ำเสมอ เห็นได้จากความถี่การบริจาค 1 ครั้งต่อปี มีมากถึง 68 เปอร์เซ็นต์ ในขณะที่บริจาคปีละ 4 ครั้ง มีเพียง 4.3 เปอร์เซ็นต์ โดยเฉพาะกลุ่มเยาวชน หรือ  Gen Z บริจาคโลหิตน้อยลง เหลือ 11 เปอร์เซ็นต์ จากข้อมูลก่อนโควิด-19 สถิติอยู่ที่ 24 เปอร์เซ็นต์ ซึ่งหากมีผู้บริจาค ทุก 3 เดือน หรือปีละ 4 ครั้งเพิ่มมากขึ้น จะทำให้มีโลหิตที่เพียงพอสำหรับผู้ป่วยตลอดปี

ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ มีแนวคิดรณรงค์ให้กลุ่ม Gen Z  เห็นถึงความสำคัญเพิ่มจำนวนครั้งการบริจาค ปลูกฝังการเป็นผู้ให้ สร้างการบริจาคอย่างยั่งยืนและสม่ำเสมอ ผ่านโครงการ BLOOD CONNECT เลือดเชื่อมชีวิต ให้ทุกชีวิตได้ไปต่อ

68359d4787b7f7.22928934.jpg

68359d48d3a6a2.13933073.jpg

ช่อง 7HD โดยคุณพัฒนพงค์ หนูพันธ์ กรรมการผู้จัดการ พร้อมด้วยคุณสุณี ปริปุณณะ ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ เเละรักษาการผู้จัดการฝ่ายธุรกิจโฆษณา, คุณณรัช ภัทรปุณณโชติ ผู้จัดการฝ่ายข่าว, คุณณิบุณรัตน์ พงษ์สิทธิผล รองผู้จัดการฝ่าย และปฏิบัติหน้าที่แทนผู้จัดการฝ่ายผลิตรายการ และ คุณพิมพ์พิชชา วัฒนการุณวงศ์ หัวหน้าสายงานบริหารการขาย ฝ่ายธุรกิจโฆษณา ร่วมหารือสนับสนุนโครงการ BLOOD CONNECT เลือดเชื่อมชีวิต ให้ทุกชีวิตได้ไปต่อ กับ 3 องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ, สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย

นำโดย คุณลักขณา ลีละยุทธโยธิน ประธานอนุกรรมการรณรงค์เพิ่มผู้บริจาคโลหิต, คุณเพชรพริ้ง สารสิน ประธานอนุกรรมการประชาสัมพันธ์, คุณปิยนันท์ คุ้มครอง ผู้ช่วยผู้อำนวยการด้านจัดหาโลหิตและภาพลักษณ์องค์กร ศูนย์บริการโลหิตแห่งชาติ สภากาชาดไทย, คุณโอลิเวอร์ กิตติพงษ์ วีระเตชะ กรรมการอำนวยการ สมาคมการตลาดแห่งประเทศไทย และ คุณภูดิท เชอร์เดล กรรมการฝ่ายกิจกรรมและสร้างสรรค์ สมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย

โดยการหารือครั้งนี้ เพื่อให้เกิดความร่วมมือเข้าถึงทุกกลุ่มคนและหน่วยงานอย่างยั่งยืน