สินเชื่อ 3 หมื่นล้าน รักษาการจ้างงาน–พยุงธุรกิจทั่ว ปท.

สินเชื่อ 3 หมื่นล้าน รักษาการจ้างงาน–พยุงธุรกิจทั่ว ปท.

View icon 243
วันที่ 29 พ.ค. 2568 | 16.45 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แรงงานเปิดสินเชื่อ 3 หมื่นล้าน รักษาการจ้างงาน–พยุงธุรกิจทั่ว ปท. จับมือ 6 แบงค์ ปี ดอกเบี้ยต่ำคงที่ 3 ปี  เงื่อนไขต้องรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่า 80% ตลอดระยะสัญญา มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน กู้ได้สูงสุด 15 ล้าน ลูกจ้างเกิน 500 คน กู้ได้ไม่เกิน 50 ล้าน

วันนี้ (29 พ.ค.68) นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงแรงงาน เป็นประธานในพิธีลงนามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือในโครงการสินเชื่อเพื่อส่งเสริมการจ้างงาน ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2568 – 2569) ระหว่างสำนักงานประกันสังคม ร่วมมือกับ ธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร ธนาคารเพื่อการส่งออกและนำเข้าแห่งประเทศไทย ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) ธนาคารยูโอบี จำกัด (มหาชน) และธนาคารไทยเครดิต จำกัด (มหาชน)

นายพิพัฒน์ กล่าวว่า กระทรวงแรงงานตระหนักดีว่าสถานประกอบการจำนวนมากกำลังเผชิญความท้าทายในการรักษาแรงงานไว้ในระบบประกันสังคม ขณะที่ลูกจ้างเองก็ต้องการความมั่นคงในชีวิตและหลักประกันด้านสุขภาพ การส่งเสริมให้สถานประกอบการสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุนที่มีเงื่อนไขผ่อนปรน จึงเป็นกลไกสำคัญในการช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจประเทศให้เดินหน้าได้

ด้าน นางมารศรี ใจรังษี เลขาธิการสำนักงานประกันสังคม เปิดเผยว่า โครงการนี้เปิดให้สถานประกอบการที่จ่ายเงินสมทบไม่น้อยกว่า 12 เดือนติดต่อกัน และให้คำมั่นจะรักษาการจ้างงานไม่น้อยกว่า 80% ตลอดระยะเวลาสัญญา โดยมีวงเงินสินเชื่อต่อรายแบ่งตามขนาดธุรกิจ ได้แก่
มีลูกจ้างไม่เกิน 200 คน สามารถกู้ได้สูงสุด 15 ล้านบาท
มีลูกจ้าง 201–500 คน วงเงินไม่เกิน 30 ล้านบาท
มีลูกจ้างมากกว่า 500 คนขึ้นไป วงเงินสูงสุดไม่เกิน 50 ล้านบาท

ในด้านอัตราดอกเบี้ย สถานประกอบการที่มีหลักทรัพย์ค้ำประกัน จะได้รับอัตราดอกเบี้ยคงที่ไม่เกิน 2.35% ต่อปีในช่วง 3 ปีแรก ขณะที่กรณีไม่มีหลักทรัพย์หรือใช้บุคคลค้ำประกัน ดอกเบี้ยไม่เกิน 4.75% ต่อปี โดยเฉพาะลูกค้าเดิมของ EXIM Bank ที่มีประวัติการชำระเงินดีจะได้รับสิทธิพิเศษ อัตราดอกเบี้ยต่ำสุดไม่เกิน 2.00% ต่อปี ส่วนปีที่ 4 เป็นต้นไป จะใช้อัตราดอกเบี้ยตามที่แต่ละธนาคารกำหนด โดยธนาคารไทยเครดิตยังเสนออัตราดอกเบี้ยแบบลอยตัวเพิ่มเติมตามระดับความเสี่ยงของผู้กู้

ทั้งนี้ สถานประกอบการสามารถยื่นคำขอสินเชื่อได้ตั้งแต่เดือนกรกฎาคม 2568 ไปจนถึงวันที่ 30 ธันวาคม 2569 หรือจนกว่าวงเงินจะเต็ม โดยต้องขอหนังสือรับรองจากสำนักงานประกันสังคมผ่านเว็บไซต์ www.sso.go.th ก่อนนำไปยื่นกับธนาคารที่ร่วมโครงการ ซึ่งจะพิจารณาสินเชื่อตามเงื่อนไขของแต่ละแห่ง

ในระยะที่ผ่านมา (ระยะที่ 1 และ 2) โครงการนี้สามารถช่วยเหลือสถานประกอบการได้แล้วกว่า 3,400 แห่ง และรักษาการจ้างงานไว้ได้มากกว่า 200,000 ราย ซึ่งในระยะที่ 3 นี้จะมีขอบเขตการช่วยเหลือที่กว้างขึ้น ครอบคลุมสถานประกอบการในทุกจังหวัดทั่วประเทศ และเป็นอีกหนึ่งเครื่องมือเชิงนโยบายที่ช่วยลดผลกระทบด้านแรงงานในช่วงเศรษฐกิจเปลี่ยนผ่าน สำหรับผู้ประกอบการที่สนใจสามารถติดต่อสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่สำนักงานประกันสังคมทั่วประเทศ หรือโทรสายด่วน 1506 ตลอด 24 ชั่วโมง รวมถึงศึกษาข้อมูลได้ที่เว็บไซต์ www.sso.go.th

โครงการสินเชื่อระยะที่ 3 เป็นความร่วมมือขนาดใหญ่ระหว่างสำนักงานประกันสังคม กับ 6 ธนาคาร เพื่อช่วยสถานประกอบการเข้าถึงแหล่งทุนด้วยดอกเบี้ยต่ำ วงเงินรวมของโครงการอยู่ที่ 30,000 ล้านบาท แบ่งเป็นงบจากกองทุนประกันสังคม 20,000 ล้านบาท และงบกลางจากรัฐบาลอีก 10,000 ล้านบาท

ข่าวที่เกี่ยวข้อง