จตุพรปลุกหมอ-ปชช. ออกโรงป้องเกียรติภูมิแพทย์ ชี้รัฐบาลเสถียรภาพง่อนแง่น แก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ ถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาทั้งภายนอกและภายในประเทศ
นายจตุพร พรหมพันธุ์ วิทยากรคณะหลอมรวมประชาชน ไลฟ์เฟซบุ๊กในรายการประเทศไทยต้องมาก่อน วานนี้ (29 พ.ค.68) โดยเชื่อว่า นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รมว.สาธารณสุข ในฐานะสภานายกพิเศษแห่งแพทยสภา วีโต้มติลงโทษจริยธรรมเท่ากับเรียกแขกทั้งหมอและประชาชนลุกฮือปกป้องเกียรติภูมิแพทย์ ที่สำคัญกลุ่มแพทย์เป็นเครือข่ายไม่เอาบ่อนกาสิโน ดังนั้น การเรียกร้องรักษาเกียรติภูมิของแพทยสภาจะเป็นกระแสร้อนแรงขึ้นแล้วลามไปคัดค้านบ่อนกาสิโน และอาจส่งผลลัพธ์ให้การประชุมวันที่ 12 มิ.ย.นี้ ที่ต้องใช้เสียง 2 ใน 3 หรือจำนวน 47 คนจาก 70 คน แล้วต่อเนื่องไปถึงวันที่ 13 มิ.ย.นี้ ที่ศาลฎีกานักการเมืองนัดพร้อม หรือไต่สวนได้บังคับตามหมายจำคุกนายทักษิณ ชินวัตร หรือไม่
ข้อความตอนหนึ่ง นายจตุพร ระบุว่า ขณะนี้เสถียรภาพรัฐบาลง่อนแง่น เพราะถูกซ้ำเติมด้วยปัญหาทั้งภายนอกประเทศและในประเทศ สิ่งสำคัญรัฐบาลแก้ปัญหาเศรษฐกิจไม่ได้ แม้ชะลอแจกเงินหมื่นในโครงการดิจิทัลวอลเลต แต่การรวมงบประมาณ 1.57 แสนล้านไปแบ่งแจกกันตามโครงการสร้างงานอื่น ๆ ยิ่งเกิดเสียงครหาตามมามากมายว่า เป็นการตำน้ำพริกละลายแม่น้ำ
นายจตุพร ระบุด้วยว่า ส่วนการเปลี่ยนแปลงพรรคร่วมรัฐบาลนั้น ต้องจับตาอย่างใกล้ชิดว่า ก่อน 13 มิ.ย.นี้ จะปรับพรรคภูมิใจไทยออกจาก ค.ร.ม. หรือไม่ โดยมีชะตากรรมของทักษิณจะหนีคุกหรือไม่หนีเป็นตัวเร่งสถานการณ์ของรัฐบาล ถ้านายทักษิณ หนี คนมีหน้าที่ตามจับตัวคือนายกฯ ที่เป็นลูกสาวต้องสั่ง ผบ.ตร. แล้วลูกสั่งจับพ่อจะทำใจได้หรือไม่ อีกทั้งนายกฯ ต้องรับผิดชอบสั่งกระทรวงการคลังออกคำสั่งใหม่ตามคำวินิจฉัยของศาลปกครองสูงสุดให้ชดใช้เงินคืนรัฐ 10,028 ล้านบาทที่เป็นความเสียหายจากการระบายข้าวจีทูจีในโครงการจำนำข้าวสมัยอดีตนายกฯ ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร
ดังนั้น รัฐบาลคงไปต่อได้ยาก ยิ่งเศรษฐกิจของประเทศล้มระเนระเนด แล้วปัญหาความไม่สงบใน 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ และการสู้รบตามชายแดนเมียนมากับกัมพูชาปะทุขึ้นมาซ้ำเติมอีก นอกจากนี้ อุปสรรคขวากหนามใหญ่ที่รัฐบาลต้องเผชิญหน้า คือ การถูกร้องเรียนกรณีฝ่าฝืน ม.144 ของ รธน. 60 ที่อยู่ระหว่างการพิจารณาของ ปปช. โดยปัญหานี้เมื่อถูกส่งต่อศาล รธน.แล้ว ผู้ฝ่าฝืนอาจถูกกวาดเรียบ ส่งผลจะเกิดการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ทางการเมืองของไทย