DSI บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ แฝงเป็นครูสอนภาษา ใช้ไทยเป็นฐาน

DSI บุกจับแก๊งสแกมเมอร์ แฝงเป็นครูสอนภาษา ใช้ไทยเป็นฐาน

View icon 1.3K
วันที่ 30 พ.ค. 2568 | 11.42 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
DSI บุกทลายแก๊งสแกมเมอร์ เข้าไทยในวีซ่านักท่องเที่ยว แฝงเป็นครูสอนภาษาปลอมนานกว่า 15 ปี แต่งงานกับคนไทย ใช้ประเทศไทยเป็นฐานจดทะเบียนตั้งบริษัทปลอมกว่า 100 แห่ง เปิดบัญชีม้ารับโอนเงินกว่า 500 บัญชี มีธุรกิจบังหน้าเพื่อฟอกเงิน

วันนี้ (30 พ.ค.68) พ.ต.ต.ยุทธนา แพรดำ อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ร.ต.อ.วิษณุ  ฉิมตระกูล รองอธิบดีดีเอสไอ และ ร.ต.อ.เขมชาติ ประกายหงษ์มณี ผอ.กองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ แถลงผลปฏิบัติการเข้าค้น 11 จุด จับกุมผู้ต้องหา 9 คน ในขบวนการหลอกลวงข้ามชาติ หลอกให้ซื้อสินค้าหรือบริการที่ ไม่มีอยู่จริงผ่านเว็บไซต์ปลอมกว่า 2,000 เว็บไซต์ หลอกเหยื่อทั่วโลก มูลค่าความเสียหายกว่า 800 ล้านบาท

แผนการของแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ กว่า 30 คน เดินทางเข้าไทยโดยใช้วีซ่านักท่องเที่ยว จากนั้นจะพยายามหาวิธีอยู่ต่อในราชอาณาจักรอย่างถาวร เช่น สมรสกับหญิงไทย แล้วอาศัยสถานะสมรสเพื่อขอต่อวีซ่าหรือสมัครงานเป็นครูอัตราจ้างในสถานศึกษาของรัฐและเอกชน หรือจัดตั้งบริษัทประกอบธุรกิจในลักษณะบังหน้า เพื่อใช้ฟอกเงินและใช้เป็นเหตุในการขออยู่ต่อในราชอาณาจักร
             
ในขบวนการสแกมเมอร์นี้ส่วนใหญ่เป็นชาวแคเมอรูน ไนจีเรีย และอินเดีย แฝงตัวเป็นครูสอนภาษาในโรงเรียนรัฐและโรงเรียนเอกชนในไทยหลายแห่ง มานานกว่า 15 ปี และใช้ประเทศไทยเป็นฐานในการจดทะเบียนจัดตั้งบริษัทปลอมกว่า 100 แห่ง พร้อมเปิดบัญชีม้าสำหรับรับโอนเงินกว่า 500 บัญชี จากนั้นมีการสร้างเว็บไซต์ปลอม หลอกจำหน่ายสินค้าและบริการจำนวนกว่า 2,000 เว็บไซต์ นำไปก่อเหตุหลอกลวงให้ผู้เสียหาย ที่มีทั้งคนไทยและชาวต่างชาติ ให้หลงเชื่อว่าเป็นสินค้าและบริการของคนไทย ก่อนหลอกให้โอนเงินและส่งเงินกลับประเทศต้นทาง หรือนำเงินไปฟอกด้วยการซื้อเหรียญดิจิทัล
              
นอกจากจะให้ภรรยาชาวไทยเปิดบริษัทปลอมขึ้นแล้วยังได้หลอกลวงชักชวนประชาชนให้มาเปิดบริษัทพร้อมเปิดบัญชีธนาคารให้ โดยอ้างว่าจะแบ่งปันผลประโยชน์ให้หากมีผลประกอบการที่ดี ทำให้มีประชาชนหลงเชื่อเป็นจำนวนมาก ซึ่งบริษัทปลอม 1 บริษัท จะมีการเปิดบัญชีธนาคารควบคู่กันด้วย 5-8 บัญชี เพื่อเตรียมไว้ใช้รับโอนเงิน

หลังจากนั้นสมาชิกของแก๊งที่ทำหน้าที่สร้างเว็บไซต์ปลอม เชิญชวนให้บุคคลทั่วไปเข้ามาเลือกซื้อสินค้าและบริการ เช่น  เครื่องยนต์เรือ อุปกรณ์ทางการแพทย์ อาหาร ฯลฯ และให้โอนเงินมายังบัญชีธนาคารของบริษัทฯ แต่ท้ายที่สุดก็ไม่ได้มีการส่งมอบสินค้าและบริการแต่อย่างใด และยังมีการโจมตีระบบคอมพิวเตอร์ เพื่อเปลี่ยนแปลงข้อมูลการทำธุรกรรมการเงินของบริษัทคู่ค้าและโอนเงินเข้าบัญชีของกลุ่มผู้ต้องหา
              
พฤติการณ์และการกระทำความผิดของกลุ่มเครือข่ายชาวต่างชาติดังกล่าวมีความซับซ้อน และมีความพยายามตัดความเชื่อมโยงของพยานหลักฐาน โดยการสร้างหรือแอบอ้างบุคคลหรือนิติบุคคล เข้ามาใช้ในการกระทำความผิดมีลักษณะเป็นการกระทำความผิดข้ามชาติ

สำหรับผู้ต้องหาที่ถูกจับกุม ประกอบด้วย นายลีวินุส (Mr.Livinus) สัญชาติไนจีเรีย นายเดอริค (Mr.Derrick) สัญชาติแคเมอรูน นายกอง (Mr.Ghong) สัญชาติแคเมอรูน นางสาวจิตรภัสร์ (สงวนนามสกุล) นายธนิชภพ (สงวนนามสกุล) นายอนุชาติ (สงวนนามสกุล) นางสาวจันทรัตน์ (สงวนนามสกุล) นางสาวปณัสยา (สงวนนามสกุล) และนางสาวอรวรรณ (สงวนนามมสกุล) สัญชาติไทย ในข้อหากระทำความผิดฐาน ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์

ข่าวที่เกี่ยวข้อง