อุบัติเหตุเรือเกยตื้นเกาะสุรินทร์ ดร.ธรณ์  ห่วงประการังสีน้ำเงิน

อุบัติเหตุเรือเกยตื้นเกาะสุรินทร์ ดร.ธรณ์ ห่วงประการังสีน้ำเงิน

View icon 119
วันที่ 4 มิ.ย. 2568 | 10.41 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดร.ธรณ์  ห่วงประการังสีน้ำเงิน เสียหายความยาว 75 เมตร ปะการังชนิดนี้เป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังคงมีชีวิต ลักษณะคล้ายเดิมตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ 60 ล้านปี แทบหาไม่ได้ในไทย ฟื้นฟูเป๋็นเรื่องใหญ่มาก

วันนี้ (4 มิ.ย.68) ผศ. ดร.ธรณ์ ธำรงนาวา ผู้เชี่ยวชาญด้านนิเวศทางทะเล ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัว กรณีของเรือต่างชาติเกิดปัญหา วิ่งเข้าเกยตื้นที่แนวปะการังเกาะสุรินทร์ ทำให้ปะการังเสียหายยาว 75 เมตร ที่น่าห่วงคือปะการังสีน้ำเงิน  (Heliopora coerulea) ด้านนอกดูเหมือนปะการังปรกติ แต่โครงสร้างหินปูนข้างในเป็นสีฟ้าหรือสีน้ำเงิน ดูจากภาพจะเห็นชัดเจน

ปะการังชนิดนี้ไม่ใช่ปะการังปกติ เพราะเป็นญาติกับปะการังอ่อนและกัลปังหา (octocaral) มากกว่าปะการัง (hexacoral) จะเรียกว่าเป็นปะการังอ่อนกลุ่มเดียวที่สร้างโครงสร่างแข็งเป็นหินปูนก็ว่าได้ ปะการังสีน้ำเงินเป็นสัตว์ดึกดำบรรพ์ที่ยังคงมีชีวิต ลักษณะคล้ายเดิมตั้งแต่ยุคไดโนเสาร์ (60-70 ล้านปีก่อน) แทบไม่เปลี่ยนไปเลย

ผศ.ดร. ธรณ์ ระบุด้วยว่า ปะการังชนิดนี้พบเฉพาะเขตอินโดแปซิฟิก และพบบางที่เท่านั้น ในเมืองไทยที่พอมีเป็นดงคือเกาะสิมิลัน เกาะตาชัย และเกาะสุรินทร์ และไม่ได้มีเยอะทุกอ่าว ที่เกาะสุรินทร์เจอกันจริงจัง คือ อ่าวจาก และเกาะสต็อร์ค หากจะบอกว่าในทะเลไทยยุคนี้ มี “ดงปะการังสีน้ำเงิน” เหลืออยู่ไม่เกิน 10 แห่ง แม้ในระดับโลก ปะการังสีน้ำเงินก็หายาก  ถึงขั้นที่ IUCN ตั้งสถานภาพให้ว่าถูกคุกคาม (ปะการังทั่วไปไม่มีสถานภาพ) ยังอยู่ใน CITES Appendix

สำหรับเมืองไทย เหตุการณ์ที่ปะการังสีน้ำเงินเสียหายรุนแรงคือกรณีการท่องเที่ยวเกาะตาชัย เป็นหนึ่งในสาเหตุที่กรรมการที่ปรึกษาอุทยานตัดสินใจเสนอปิดเกาะเมื่อ 9 ปีก่อน กรณีเกาะสุรินทร์ กรมอุทยานแห่งชาติฯ ประเมินขั้นต้นว่าพื้นที่เสียหาย 150 ตร.ม.  ปะการังสีน้ำเงินเสียหายมากสุดถึง 80%

“กรมทะเลฯ มีตัวเลขค่าใช้จ่ายในการฟื้นฟูแนวปะการังปกติทั่วไป แต่อยากบอกว่า “ทั่วไป” ในที่นี้ไม่รวมปะการังสีน้ำเงิน เพราะเราไม่เคยปลูกหรือฟื้นฟูปะการังชนิดนี้ ด้วยเหตุผลว่ามันยากมาก ๆ และโตช้ามาก ๆ ขนาดปะการังปกติที่โตช้าแล้า ปะการังสีน้ำเงินโตช้ายิ่งกว่า กรณีศึกษาใกล้เคียงสุดคงเป็นเกาะตาชัย 9 ปีผ่านไป เห็นความเปลี่ยนแปลงหน่อยเดียว”

กรณีดังกล่าว ผศ.ดร.ธรณ์ ระบุว่า ทราบดีว่าเป็นเหตุฉุกเฉิน แต่อยากเน้นย้ำเรื่องนี้สักนิดว่าที่เสียหายคือปะการังสีน้ำเงิน สุดยอดปะการังหายาก ปะการังโบราณ ขึ้นบัญชีระดับโลก แทบหาไม่ได้ในไทย ดีใจที่ รมว.ทรัพยากรฯ กรมอุทยานฯ ให้ความสำคัญและรีบประเมินความเสียหาย แต่อยากให้ข้อมูลเพิ่มในส่วนนี้เพื่อการประเมินมูลค่าและการฟื้นฟูจะได้วางแผนให้รอบคอบ การฟื้นฟูเป็นเรื่องใหญ่มาก

เหตุการณ์ดังกล่าว เรือ "MV.AYAR LINN" ได้เกยตื้นบนแนวปะการังสำคัญในเขตอุทยานแห่งชาติหมู่เกาะสุรินทร์ จากการตรวจสอบพบว่า แนวปะการังถูกชนและได้รับความเสียหายเป็นระยะทางประมาณ 75 เมตร ตั้งแต่จุดแรกที่เกิดการชนไปจนถึงจุดที่เรือเกยตื้นสนิท

ความเสียหายส่วนใหญ่เกิดกับปะการังลักษณะก้อนสูงที่ไม่พ้นท้องเรือ โดยเฉพาะบริเวณที่เรือเกยตื้นและทับอยู่บนแนวปะการังในช่วงระยะ 45-75 เมตร ทำให้ปะการังใต้ท้องเรือแตกหักและถูกทับเกือบทั้งหมด คาดการณ์พื้นที่ปะการังที่ได้รับความเสียหายเบื้องต้นประมาณ 150 ตารางเมตร

สำหรับชนิดปะการังที่ได้รับผลกระทบหลัก ได้แก่ ปะการังสีน้ำเงิน (Heliopora coerulea) เสียหายมากที่สุดประมาณ 80% ของปะการังที่ถูกชน ปะการังเขากวาง (Acropora sp.) เสียหายประมาณ 15% ปะการังโขด (Porites lutea) เสียหายประมาณ 5%

ข่าวที่เกี่ยวข้อง