ห้องข่าวภาคเที่ยง - ถูกจับหมดแล้วสำหรับกลุ่มผู้ก่อเหตุขโมยบุหรี่ไฟฟ้าของกลาง รวมถึง "คนชี้เป้า" ตู้คอนเทนเนอร์ ขณะเดียวกันทุกฝ่ายจับตาท่าที กรมศุลกากร เตรียมแถลงยาเสพติด ไปไล่เรียงกัน
ญาติผู้ตายยกพวกรอเจอหน้า แบงค์ 2 รอบ
ญาติ รปภ. ที่ถูกชนเสียชีวิต มารอเจอหน้า "นายสิทธิศักดิ์ หรือ แบงค์" หัวหน้าแก๊งขโมยบุหรี่ไฟฟ้า แต่ต้องผิดหวัง เพราะตำรวจ สน.ท่าเรือ นำชุดปฎิบัติการพิเศษ กว่า 20 นาย คุมตัวผู้ต้องหามาทำแผนประกอบคำรับสารภาพเพียง 5 คน
ส่วน "นายแบงค์" ถูกตำรวจพาตัวขึ้นไปสอบปากคำบนชั้น 2 ของโรงพัก ด้วยสีหน้าเครียด ตำรวจบอกว่า เจ้าตัวขอยาแก้ปวดหัว เพราะอดนอนหลบหนีมานานหลายคืน และกลัวว่าจะถูกญาติผู้เสียชีวิตรุมทำร้ายถึงชีวิต
พอญาติผู้ตายทราบว่า "นายแบงค์" อยู่ที่โรงพัก จึงรวมตัวเกือบ 20 คน มาเจอหน้า ตำรวจจึงต้องเข้าปรับความเข้าใจให้แยกย้ายกลับบ้านไป
เช้านี้ระหว่างรอตำรวจนำตัวผู้ต้องหาไปฝากขัง ญาติของ "นายแบงค์" เข้ามาพูดคุย และบอกว่า วันนี้ไม่มีเงินซื้อของมาเยี่ยม ส่วนผู้ต้องหาก็เอาแต่ร้องไห้เพราะความเครียด
ตร.ค้านประกันตัว เพื่อนร่วมแก๊งขโมยบุหรี่ไฟฟ้า
ต่อมาตำรวจนำตัวผู้ต้องหาทั้ง 5 คน ยกเว้น "นายแบงค์" ไปขออำนาจศาลอาญากรุงเทพใต้ ฝากขังผัดแรก รวม 4 ข้อหา ร่วมกันปล้นทรัพย์เป็นเหตุให้ผู้อื่นถึงแก่ความตาย, ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน, ร่วมกันบุกรุกเคหสถานในเวลากลางคืน, ร่วมกันทำให้เสียทรัพย์และซ่องโจร ส่วน นายเล็ก ถูกแจ้งข้อหาเพิ่ม คือ ข้อหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น โดยท้ายคำร้องคัดค้านการประกันตัว
ส่วน "นายสน" ผู้ดูแลสนามฟุตซอลใกล้กับจุดเกิดเหตุ ที่ "นายแบงค์" ให้การซัดทอดว่าเป็นคนชี้เป้า เข้าไปขโมยบุหรี่ไฟฟ้า ตำรวจยืนยันว่าได้เรียกมาสอบปากคำแล้ว ซึ่ง "นายสน" ทราบตำแหน่งเก็บของกลาง เพราะเห็นจนชินตา เพราะเป็นคนในพื้นที่
ด้าน กรมศุลกากร วันนี้มีความเคลื่อนไหว เพราะเปิดทำการหลังวันหยุดยาว เบื้องต้น ต้องตรวจสอบจำนวนของกลางในตู้คอนเทนเนอร์ว่ามีอะไรหายไปหรือไม่ รวมถึงประเด็นที่ "นายแบงค์" รับสารภาพกับตำรวจว่า ไปบุกชิงของกลางแบบนี้มา 2 ครั้ง แต่เจ้าหน้าที่กรมศุลกากร กลับบอกว่า ไม่มีข้อมูล