ลูกสาว 9 ขวบ คืนสู่อ้อมอกแม่ ถูกพ่อเลี้ยงพรากไปบังคับเร่ขายน้ำส้มตอนกลางคืน

ลูกสาว 9 ขวบ คืนสู่อ้อมอกแม่ ถูกพ่อเลี้ยงพรากไปบังคับเร่ขายน้ำส้มตอนกลางคืน

View icon 293
วันที่ 6 มิ.ย. 2568 | 16.01 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
จากกรณี น.ส.น้อย (นามสมมุติ) อายุ 28 ปี เข้าร้องทุกข์กับ นางปวีณา หงสกุล ประธานมูลนิธิปวีณาหงสกุลเพื่อเด็กและสตรี แจ้งว่า ด.ญ.กระแต (นามสมมุติ) ลูกสาวอายุ 9 ขวบ ถูกนายแบงก์ (นามสมมุติ) อายุ 29 ปี อดีตสามีของตน ซึ่งมีศักดิ์เป็นพ่อเลี้ยง พาไปเร่ขายน้ำส้มตามร้านอาหารต่าง ๆ ตั้งแต่ 5 โมงเย็นจนถึงตี 1 ทุกวัน โดยไม่ให้ลูกสาวเรียนหนังสือ และลูกสาวบอกกับแม่ว่าต้องอดมื้อกินมื้อ อยากกินอะไรก็ไม่ได้กิน ถ้าง่วงนอนหรือขายน้ำส้มไม่ได้ก็จะถูกด่าและถูกทุบตีประจำ

น.ส.น้อย บอกว่า ก่อนที่จะมาอยู่กินกับนายแบงก์เมื่อ 10 ปีก่อน ตนตั้งครรภ์ได้ 2 เดือนแล้ว ซึ่งนายแบงก์ก็ยินดีที่จะอยู่กินด้วยและให้ใส่ชื่อเป็นพ่อเด็กในใบเกิด โดยอาศัยอยู่รวมกันในบ้านเช่าย่านท่าข้าม กทม. และมีแม่นายแบงก์กับพ่อเลี้ยงของนายแบงก์อยู่ด้วย ตอนนั้นนายแบงก์ทำอาชีพรับจ้างก่อสร้าง ต่อมาช่วงที่ ด.ญ.กระแต อายุได้ 2 ขวบ นายแบงก์ก็นอกใจไปมีผู้หญิงอื่น ตนจับได้จึงเลิกรากัน ตอนแรกตนยืนยันจะเอาลูกไปอยู่ด้วย แต่แม่นายแบงก์ขอเอาไว้ เขาบอกว่ารักหลานเหมือนหลานแท้ ๆ เพราะเลี้ยงมาตั้งแต่เล็ก ถ้าอยู่กับย่าเลี้ยงเขาจะส่งให้เรียนหนังสือ ช่วงนั้นตนตกงานห่วงลูกถ้าไปด้วยจะลำบากจึงตัดสินใจให้ลูกอยู่กับย่าเลี้ยงและพ่อเลี้ยงไปก่อน

หลังจากที่ตนแยกทางกับนายแบงก์ตนก็ได้หางานทำและไปเยี่ยมลูกพร้อมส่งเงินให้ลูกเป็นประจำ จนกระทั่งช่วงที่โควิด-19 ระบาด ปี 2565 ตนตกงานก็ไม่ได้ส่งเงินให้ลูก ย่าเลี้ยงกับพ่อเลี้ยงก็กีดกันไม่ให้เจอลูก จากนั้นเขาก็พากันย้ายบ้านที่ท่าข้ามไปเช่าบ้านที่อื่นอีกหลายที่ แต่ก็จะอยู่ในละแวกฝั่งธนบุรี ซึ่งเขาไม่เคยบอกที่อยู่ใหม่ ตนก็พยายามตามหาลูกทุกวิถีทางแต่ก็ไม่พบ

น.ส.น้อย บอกอีกว่า ก่อนหน้านี้เมื่อ 2 ปีที่แล้ว พี่ชายตนได้ส่งคลิปของอินฟลูเอนเซอร์คนหนึ่งมาให้ดู เป็นคลิปของเด็กหญิงขายน้ำส้มตามร้านหมูกระทะและร้านอาหารตอนกลางคืนที่บริเวณแถวลาดหญ้า ตนตกใจมากเพราะเด็กคนนั้นคือลูกสาวของตนเอง ตอนนั้นลูกอายุ 7 ขวบ ตนจึงพยายามตามหาลูกจนติดต่อกับนายบิว (นามสมมุติ) น้องชายของนายแบงก์ซึ่งมีศักดิ์เป็นอา ได้ทางเฟซบุ๊ก โดยนายบิว บอกว่า ลูกของตนสบายดี ก็เรียนหนังสืออยู่ปกติ อาให้ตนได้วิดีโอคอลคุยกับลูกบ้างนาน ๆ ครั้ง ซึ่งตอนที่วิดีโอคอลเขาก็จะอยู่ด้วย ลูกจึงไม่กล้าบอกอะไรกับแม่ ตนจะขอไปเจอลูกบ้าง และจะรับลูกไปอยู่ด้วย แต่เขาก็ไม่ยอมให้เจอ และไม่ยอมบอกว่าอยู่ที่ไหน แถมยังท้าทายว่าถ้าอยากได้ลูกคืนก็ให้ไปฟ้องเอา จนถึงตอนนี้ 2 ปีกว่าแล้วที่ตนไม่ได้เจอกับลูกเลย

ล่าสุดวันที่ 11 พ.ค. 68 ที่ผ่านมา พี่ชายของตนที่อยู่ซอยเอกชัย-บางบอน ได้โทรศัพท์มาหาบอกว่าจะเอาลูกของตนไปส่งให้นอนกับแม่บ้าง เพราะเมื่อวานนี้เพื่อนบังเอิญไปเจอหลานเดินเร่ขายน้ำส้มอยู่แถวสุขสวัสดิ์ เลยชวนหลานมานอนที่บ้านด้วย ซึ่งพี่ชายก็เพิ่งจะรู้ว่านายแบงก์กับย่าเลี้ยงไม่ให้ตนได้เจอหน้าลูกเลย หลานบอกกับลุงว่า “หนูคิดถึงแม่ อยากเจอแม่ ให้แม่มารับหนูไปอยู่ด้วย พ่อเลี้ยงกับย่าเลี้ยงไม่ให้เรียน หนูอยากเรียนหนังสือ” แต่ลุงก็พาลูกมาส่งให้แม่ไม่ได้ เพราะนายแบงก์ได้ส่งแช็ตให้เพื่อนพี่ชายมาบอกว่าให้รีบส่งหลานกลับทันที จากนั้นลุงก็ขี่รถจักรยานยนต์ไปส่งหลานที่หน้าร้านสะดวกซื้อแถวห้างสรรพสินค้าชื่อดังบางแค ลุงก็ยังแอบดูหลานอยู่ฝั่งตรงข้ามถนน ผ่านไปเกือบชั่วโมง นายแบงก์ก็ขี่รถจักรยานยนต์มารับ เมื่อเจอหน้าลูกก็ตบศีรษะและตีที่ลำตัว ก่อนจะพาลูกขึ้นรถไปทันที

นอกจากนี้คนที่รู้จักตนได้ให้ข้อมูลนายแบงก์ว่าปัจจุบันอาศัยอยู่ย่านสุขสวัสดิ์ จ.สมุทรปราการ และยังบอกอีกว่าสงสารลูกสาวของตนมากที่ต้องไปเดินเร่ขายน้ำส้มตอนกลางคืน “เด็กคนเดียวต้องหาเลี้ยงทั้งบ้าน” ตนไม่รู้จะช่วยลูกอย่างไรจึงได้มาขอให้มูลนิธิปวีณาฯ ช่วยเหลือพาลูกสาวให้กลับสู่อ้อมอกแม่เพื่อจะได้ไม่ต้องลำบากอดหลับอดนอนไปเร่ขายน้ำส้ม อดมื้อกินมื้อ และจะได้เรียนหนังสือเหมือนเด็กคนอื่น ๆ    

อย่างไรก็ตาม เคยมีพลเมืองดีได้เคยแจ้งเรื่องขอความช่วยเหลือมายังมูลนิธิปวีณาฯ เมื่อวันที่ 17 เม.ย. 68 ว่าเด็กถูกผู้ชายร่างกำยำอายุประมาณ 30 ปี พามาบังคับให้เดินขายน้ำส้มตอนกลางคืนตามร้านอาหาร โดยพลเมืองดีระบุว่า เด็กเดินเร่ขายน้ำส้มอยู่ย่านบุคคโล กทม. ถ้าเด็กขายไม่ได้ตามเป้าหรือง่วงนอน ก็ถูกตะคอกทุบตี โดยวันนั้น นางปวีณา ได้ประสาน พ.ต.อ.อภิชาติ ทองแพ ผกก.สภ.พระประแดง จ.สมุทรปราการ เพื่อเข้าแจ้งความ และประสาน น.ส.อนินทิตา รุจิประภา พัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์จังหวัดสมุทรปราการ และ น.ส.อมรรัตน์ สัตบุษย์ หัวหน้าบ้านพักเด็กและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ ลงพื้นที่ร่วมกัน เพื่อช่วยเหลือเด็กทันที จากนั้น นางปวีณา ได้ให้ น.ส.หน่อย ดูรูปเด็กหญิงและผู้ชายเดินเร่ขายน้ำส้มที่พลเมืองดีส่งมา ปรากฎว่าผู้ชายคนดังกล่าวคือ นายแบงก์ ส่วนเด็กหญิงในรูป คือ ลูกสาวนายแบงก์อีกคนที่เกิดจากภรรยาใหม่ ซึ่งครั้งก่อนนี้ นางปวีณา ได้ประสานเจ้าหน้าที่ พม. ลงพื้นที่ตรวจสอบแล้ว แต่ไม่พบ คาดว่าเป็นช่วงที่นายแบงก์เปลี่ยนสถานที่ขายไปเรื่อย ๆ

ความคืบหน้าล่าสุดวันนี้ (6 มิ.ย. 68) พ.ต.ท.เชิดชัย ขั้วทอง รอง ผกก.(สอบสวน) สภ.พระประแดง กล่าวว่า จากการสอบสวนนายแบงค์ พ่อเลี้ยง ให้การรับสารภาพว่าได้นำเด็กหญิงไปเดินเร่ขายของจริง จึงได้แจ้งข้อหา พ.ร.บ.คุ้มครองเด็ก มาตรา 26 (5) บังคับ ขู่เข็ญ ชักจูง ส่งเสริม ยินยอมหรือกระทำด้วยประการใดให้เด็กไปเป็นขอทาน เด็กเร่ร่อน หรือใช้เด็กเป็นเครื่องมือในการขอทานหรือกระทำด้วยประการใดอันเป็นการแสวงหาผลประโยชน์จากเด็ก ซึ่งมีโทษจำคุกไม่เกิน 3 เดือน ปรับไม่เกิน 10,000 บาท โดยเจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.พระประแดง จะคุมตัวส่งศาลเยาวชนและครอบครัวจังหวัดสมุทรปราการ วันที่ 7 มิ.ย.นี้