นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซีย วัย 54 ปี เดินเข้าไปปัสสาวะในป่ารกข้างทาง ถูกคนร้ายใช้ไม้ตีจนล้มหมดสติกลางเมืองพัทยา ถูกขโมยของเกลี้ยงทั้งพาสปอร์ต ใบขับขี่ และโทรศัพท์
วันนี้ (9 มิ.ย. 68) ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร รองสารวัตร (สอบสวน) สภ.เมืองพัทยา สาขาย่อยโค้งดงตาล ได้รับแจ้งเหตุจาก นักท่องเที่ยวชายชาวรัสเซีย อายุ 54 ปี พร้อมแฟนสาวชาวไทย ว่าถูกคนร้ายทำร้ายร่างกายและชิงทรัพย์สินไป ขณะเข้าไปปัสสาวะในพื้นที่รกร้าง
โดยชายชาวรัสเซียอยู่ในสภาพใบหน้าและลำคอมีรอยฟกช้ำ มีคราบเลือดเปื้อนตามเสื้อผ้า โดยแฟนสาวชาวไทยเป็นล่ามในการให้ปากคำเบื้องต้นทราบว่า เหตุเกิดบริเวณพื้นที่รกร้างข้างคอนโดมิเนียมแห่งหนึ่งในซอยวัดบุญกาญจนาราม ย่านหาดจอมเทียน เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
ทางคนเจ็บให้การว่า ตนแวะเข้าไปในป่าข้างทางเพื่อปัสสาวะและสูบบุหรี่ ขณะนั้นมีชายไทยขี่รถจักรยานยนต์พ่วงข้างมาพร้อมเด็กหญิง 1 คน มาจอดใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนที่ชายคนดังกล่าวจะลงจากรถใช้ไม้ตีเข้าที่ใบหน้าและต้นคอของตนอย่างแรงจนล้มหมดสติไป เมื่อฟื้นขึ้นมาก็พบว่าทรัพย์สินถูกขโมยไปแล้ว จากนั้นผู้บาดเจ็บรวบรวมสติได้จึงเดินไปขอความช่วยเหลือจากเจ้าหน้าที่รักษาความปลอดภัยของคอนโดฯ ใกล้จุดเกิดเหตุ ก่อนติดต่อเพื่อนให้มาช่วยเหลือ และเข้าแจ้งความกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ โดยของกลางที่ถูกขโมยไปมีดังนี้ หนังสือเดินทาง, ใบขับขี่ และโทรศัพท์มือถือ 1 เครื่อง
ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดสืบสวน สภ.เมืองพัทยา ได้ลงพื้นที่ตรวจสอบจุดเกิดเหตุทันทีพบเป็นพื้นที่รกร้างมีต้นกระถินขึ้นหนาแน่นสองข้างทาง ห่างจากถนนใหญ่เข้าไปประมาณ 200 เมตร และพบร่องรอยคราบเลือดบนพื้นชัดเจน
ทาง ร.ต.อ.พุทธรักษ์ สอนคำหาร ได้จัดทำหนังสือส่งตัวผู้บาดเจ็บเข้ารับการรักษาที่โรงพยาบาลพัทยาปัทมคุณ พร้อมเร่งสืบสวนติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมาย โดยได้สั่งการให้ตรวจสอบกล้องวงจรปิดในพื้นที่ใกล้เคียง ทั้งในซอย ปากซอย และท้ายซอย ซึ่งคาดว่าน่าจะสามารถบันทึกภาพผู้ก่อเหตุได้