คนไทย-กัมพูชา รอข้ามแดนตั้งแต่ 5 นาฬิกา

View icon 159
วันที่ 9 มิ.ย. 2568 | 11.06 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังจากที่ไทยกับกัมพูชา ตกลงปรับลดกำลังพลตามแนวชายแดน เพื่อลดการเผชิญหน้ากัน ก็ทำให้สถานการณ์เริ่มลดความตึงเครียดลงบ้าง แต่ด่านพรมแดนยังคงเปิด-ปิด ตามเวลาที่กำหนด เพราะยังไม่มั่นใจสถานการณ์

คนไทย-กัมพูชา รอข้ามแดนตั้งแต่ 5 นาฬิกา
แม้ว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ด้านจังหวัดสระแก้ว จะเริ่มคลายความตึงเครียด เมื่อเปรียบเทียบกับวันสองวันก่อน หลังจากที่มีการปรับลดกำลัง ลดการเผชิญหน้า แต่การเปิด-ปิดจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ ก็ยังยึดเวลาเดิม คือเปิดเวลา 08.00 น. และปิดเวลา 16.00 น. ส่วนฝั่งกัมพูชา เปิด 09.00 น. และปิดเวลา 16.00 น. เหมือนเดิม

และตั้งแต่ช่วงเช้า มีคนไทย และกัมพูชา มาเข้าคิวเพื่อรอข้ามแดนกันอย่างเนืองแน่น บางคนมารอตั้งแต่ 05.00 น. เพราะกลัวจะไม่ได้ข้ามแดน ขณะที่เจ้าหน้าที่ของไทย ต้องคอยคัดกรองอย่างเข้มงวด เพราะพบว่ามีคนไทยบางส่วนเป้าหมายเดินทางไปเล่นพนันที่กาสิโนปอยเปต ส่วนชาวกัมพูชา ที่เดินทางเข้ามาฝั่งไทย เพื่อค้าขาย แต่มีปัญหาเรื่องการเดินทาง

วันนี้เปิดด่านฯ เร็ว ให้นักเรียนไปโรงเรียน
ส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด ตำบลคลองใหญ่ อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี เช้านี้มีนักเรียนชาวกัมพูชา ที่มีบ้านพักอยู่ฝั่งไทยมายืนรอ เพื่อข้ามจุดผ่านแดน เนื่องจากเป็นวันแรกของการเรียน โดยมีเจ้าหน้าที่ของกัมพูชามาประสานเจ้าหน้าที่ไทย ขอเปิดด่านเป็นกรณีพิเศษ เพื่อให้นักเรียนได้เข้าไปเรียนให้ทัน 07.00 น. จากเดิมที่ไทยกำหนดเปิดด่านในเวลา 08.00 น. ผู้ปกครองชาวกัมพูชา เปิดเผยว่า อยากให้ทางการทั้ง 2 ประเทศ มีข้อยกเว้นสำหรับเด็กนักเรียนที่ต้องข้ามไปเรียนเป็นกรณีพิเศษ เพราะเป็นห่วงทั้งเรื่องการเรียน และความปลอดภัย

หลังการเจรจาในระดับท้องถิ่น เจ้าหน้าที่ไทยจึงเปิดด่านให้นักเรียนผ่านเท่านั้น ส่วนผู้ปกครองให้ส่งได้แค่ประตูหน้าด่าน และเช่นเดียวกับเด็กนักเรียนไทย ที่มีบ้านอยู่ฝั่งกัมพูชาก็ข้ามแดนเพื่อมาเรียนหนังสือยังฝั่งไทยเช่นกัน

ขณะเดียวกันก็มีแรงงานประเทศเพื่อนบ้านที่ต้องมาแสตมป์พาสปอร์ตตามพิธีการของ ตม. มารอตั้งแต่เช้า ซึ่งแรงงานกลุ่มนี้เป็นห่วงว่าจะมาแสตมป์พาสปอร์ตลำบาก หากสถานการณ์ยืดเยื้อออกไป

แม้ว่าจะปรับลดกำลัง ลดการเผชิญหน้ากัน แต่ในพื้นที่ยังไม่มั่นใจ และได้ซักซ้อมการอพยพนักเรียนโรงเรียนบ้านเนินดินแดง อำเภอโป่งน้ำร้อน โดยทหารจาก กอ.รมน.ภาค 1 ส่วนแยก 3 มาให้ความรู้ และสอนวิธีการต่าง ๆ เพื่อป้องกันตัวเองหากเกิดเหตุการณ์ไม่คาดคิด โดยเฉพาะหากมีกระสุนปืนใหญ่ตกลงมาให้อยู่ในท่าไหน เพื่อความปลอดภัย

เช่นเดียวกับที่จังหวัดตราด เจ้าหน้าที่ลงพื้นที่ตรวจสอบหลุมหลบภัยโรงเรียนตามชายแดนด้านอำเภอคลองใหญ่ 5 โรงเรียน เพื่อความพร้อมและรับมือหากเกิดสถานการณ์ตามแนวชายแดนไทย-กัมพูชา

จากการตรวจสอบพบว่าหลุมหลบภัยอยู่ในสภาพพร้อมใช้งาน แต่ละโรงเรียนพร้อมอพยพนักเรียน และบุคลากรเข้าหลุมหลบภัยทันที หากเกิดเหตุการณ์จริงขึ้น

กัมพูชาตอบโต้ ลดเวลาคนไทยเข้าประเทศได้แค่ 7 วัน
สำนักข่าวขแมร์ไทมส์ (Khmer Times) สื่อท้องถิ่นกัมพูชารายงานว่า ทางการกัมพูชาตอบโต้มาตรการจำกัดการผ่านแดนของไทย อนุญาตให้พลเมืองไทยเข้าประเทศได้แค่ 7 วัน จากปกติ 60 วัน โดยอธิบดีกรมตรวจคนเข้าเมืองกัมพูชา กล่าวว่า พลเมืองไทยทุกคนที่ข้ามพรมแดนเข้ากัมพูชาจะได้รับอนุญาตให้อยู่ในประเทศได้เพียง 7 วัน เมื่อครบกำหนดต้องออกนอกประเทศและประทับตราหนังสือเดินทางใหม่

นอกจากนี้ สำนักข่าวขแมร์ไทมส์รายงานอีกว่า เมื่อวันที่ 7 มิถุนายน ที่ผ่านมา กองทัพไทยตัดสินใจฝ่ายเดียวในการปิดจุดผ่านแดนทั้งหมดกับกัมพูชา รวมทั้งเปลี่ยนเวลาทำการของจุดผ่านแดน หลังเกิดความตึงเครียดบริเวณพื้นที่ชายแดน ซึ่งทันทีหลังไทยตัดสินใจฝ่ายเดียว กัมพูชาก็ตอบโต้โดยการปิดประตูชายแดนทั้งหมดเช่นกัน

“ภูมิธรรม” เชื่อ สถานการณ์ชายแดนกำลังดีขึ้น
ด้านนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม บอกว่า การที่ทหารกัมพูชายอมถอยกำลังออกไปอยู่จุดเดิมเป็นความสำเร็จจากหลายปัจจัย โดยเฉพาะการพูดคุยกับทุกระดับตั้งแต่ปลายสัปดาห์ที่แล้วมาจนถึงเมื่อวาน เพื่อลดการเผชิญหน้า และเชื่อว่าต่อจากนี้สถานการณ์จะค่อย ๆ คลี่คลายไปตามลำดับ

มอบกองทัพ ดูหน้างานลดมาตรการเปิด-ปิดด่านฯ
ส่วนการปรับเวลา เปิด-ปิดด่าน เป็นมาตรการจากเบาไปหาหนัก และได้คุยกับกองทัพแล้วให้พิจารณาสถานการณ์หน้างาน เพื่อลดมาตรการลง ลดความขัดแย้ง และไม่ให้เกิดความสูญเสีย

ข่าวที่เกี่ยวข้อง