แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบโดรนต้องสงสัย คาดใช้เตรียมก่อเหตุรุนแรง

แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบโดรนต้องสงสัย คาดใช้เตรียมก่อเหตุรุนแรง

View icon 322
วันที่ 14 มิ.ย. 2568 | 12.33 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
แม่ทัพภาคที่ 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบโดรนต้องสงสัย พบถูกฝังดินใน อ.สะเดา จ.สงขลา พบข้อมูลเชื่อมโยงขบวนการ  คาดเตรียมก่อเหตุ-ขนสิ่งผิดกฎหมาย เป็นโดรนขนาดใหญ่ แบบ 6 ใบพัด ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มม. จำนวน 6 ช่อง และอุปกรณ์ปล่อยวัตถุระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ชุด

วันนี้ (14 มิ.ย.68) พลโท ไพศาล หนูสังข์ แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ลงพื้นที่ตรวจสอบกรณีพบโดรนต้องสงสัย 2 ลำถูกฝังดินในพื้นที่บ้านไร่ออก หมู่ที่ 2 ตำบลสำนักขาม อำเภอสะเดา จังหวัดสงขลา หลังเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงตรวจพบในช่วงค่ำวันที่ 12 มิ.ย.68 ที่ผ่านมา

จากการตรวจสอบเบื้องต้นโดยหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารราบที่ 5 (ฉก.ร.5) ร่วมกับฝ่ายปกครองอำเภอสะเดา สภ.สะเดา ตชด.437 ชุดเก็บกู้วัตถุระเบิด (EOD) และสำนักงานพิสูจน์หลักฐานภาค 9 พบว่าโดรนทั้งสองลำเป็นโดรนขนาดใหญ่ แบบ 6 ใบพัด ดัดแปลงติดตั้งอุปกรณ์เครื่องยิงลูกระเบิดขนาด 60 มิลลิเมตรจำนวน 6 ช่อง และอุปกรณ์ปล่อยวัตถุระเบิดแสวงเครื่องอีก 1 ชุด แม้ไม่พบวัตถุระเบิดในที่เกิดเหตุ แต่ลักษณะการดัดแปลงชี้ให้เห็นถึงการนำมาใช้โจมตีเป้าหมาย ซึ่งหน่วยพิสูจน์หลักฐานได้เก็บร่องรอยลายนิ้วมือแฝง และวัตถุพยานต่าง ๆ ณ จุดเกิดเหตุ

ล่าสุดได้ข้อมูลเชื่อมโยงไปถึงกลุ่มขบวนการที่คาดว่าอยู่เบื้องหลัง โดรนต้องสงสัยดังกล่าว หลังจากนี้ส่วนที่เกี่ยวข้องขอเวลารวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อดำเนินการติดตามผู้กระทำผิดต่อไป

สำหรับขีดความสามารถของโดรนทั้ง 2 ลำ คาดว่าสามารถบินสูงได้ประมาณ 800 เมตร บินไกล 8–10 กิโลเมตร และบรรทุกน้ำหนักได้ถึง 10–15 กิโลกรัม พร้อมทั้งมีระบบล็อกพิกัด (Home Point) ในการขึ้น-ลง

หลังลงพื้นที่จุดพบโดรนทั้ง 2 ลำ แม่ทัพภาคที่ 4 ได้เรียกประชุมหน่วยที่เกี่ยวข้อง เพื่อร่วมประเมินสถานการณ์และกำหนดแนวทางการสืบสวน ทั้งนี้ มีการตั้งข้อสันนิษฐานเบื้องต้นถึง 2 ประเด็นสำคัญ คือ การเตรียมนำโดรนมาใช้ในการก่อเหตุรุนแรงในพื้นที่เมืองเศรษฐกิจ หรือสถานที่ราชการสำคัญ และการนำมาใช้ลักลอบขนส่งสิ่งผิดกฎหมาย โดยเฉพาะตามแนวชายแดนไทย–มาเลเซีย