วิโรจน์ เตือนอย่าตีโจทย์ผิด สร้างความเกลียดชังระหว่างประชาชน 2 ประเทศ จะยิ่งเข้าทางพ่อลูกตระกูลฮุน ข้อพิพาทครั้งนี้ระหว่างรัฐบาลไทยกับตระกูลฮุน การสื่อสารทางการเมืองของรัฐบาลต้องเข้มแข็งชัดเจน
วันนี้ (16 มิ.ย.68) นายวิโรจน์ ลักขณาอดิศร สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ให้ความเห็นผ่านเฟซบุ๊กส่วนตัวถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ว่า ต้องยอมรับในแผนการอันแยบยลของสมเด็จฯ ฮุน เซน และพลเอกฮุน มาเนต จริง ๆ ที่ออกมาประกาศเมื่อวันที่ 13 มิ.ย.68 ที่ผ่านมาว่า ผู้ให้บริการเครือข่ายไฟเบอร์ออปติก และอินเทอร์เน็ตทั้งหมดในกัมพูชา จะยุติการจัดซื้อแบนด์วิดท์อินเทอร์เน็ตจากไทย รวมทั้งจะยุติการซื้อไฟฟ้าจากไทยด้วยเช่นกัน โดยระบุเหตุผลว่า กัมพูชาสามารถให้บริการอินเทอร์เน็ต และผลิตไฟฟ้าได้อย่างเพียงพอภายในประเทศ
“เป็นการปลุกกระแสชาตินิยม นอกจากจะได้สร้างผลประโยชน์ทางการเมืองให้กับตนเองแล้ว ยังเป็นการสร้างสภาวะผูกขาด ดึงเม็ดเงินมหาศาลภายในประเทศ ให้มาซื้อไฟฟ้า และอินเทอร์เน็ต ของเครือข่ายตระกูลฮุนของตนเองอีกด้วย เป็นการฉกฉวยโอกาส เพื่อกอบโกยผลประโยชน์เข้าสู่วงศ์วานของตนเอง โดยไม่ได้สนใจความเดือดร้อนของประชาชนชาวกัมพูชาเลย” นายวิโรจน์ ระบุ
นายวิโรจน์ เสนอว่า การรับมือกับสองพ่อลูกตระกูลฮุน เราต้องอ่านเกมให้ขาด และต้องกำหนดมาตรการทางการเมืองระหว่างประเทศให้เจาะจง พุ่งเป้าไปที่ กลุ่มทุนในเครือข่ายของตระกูลฮุน เป็นสำคัญ นั่นก็คือ "LYP Group" มาตรการตอบโต้ไปที่พลเรือน ไม่ได้ทำให้สมเด็จฯ ฮุน เซน และพลเอก ฮุน มาเนต รู้สึกรู้สาอะไร ยิ่งจะฉกฉวย เอาความเดือดร้อนของประชาชนชาวกัมพูชา ปลุกระดมความเกลียดชัง แล้วดึงเอาผลประโยชน์มาผูกขาดที่กลุ่มทุนของตัวเอง
“ยิ่งถ้าเราบุ่มบ่ามใช้กำลังเข้าปะทะโดยไม่มีเงื่อนไขการใช้กำลังที่รอบคอบรัดกุม ขาดการสื่อสารต่อนานาอารยประเทศที่มีประสิทธิภาพ ก็จะยิ่งเดินไปตกหลุมพรางที่สองพ่อลูกนี้ขุดเอาไว้ เพราะพวกเขาพร้อมที่จะตีฆ้องร้องป่าว เพื่อทำลายความชอบธรรมของประเทศไทยในเวทีโลกโดยทันที อยู่แล้ว” นายวิโรจน์ ระบุ
ข้อความตอนหนึ่ง นายวิโรจน์ ระบุว่า เราต้องมองข้อพิพาทในครั้งนี้ให้ออก ว่าเป็นข้อพิพาทระหว่างรัฐบาลไทยกับตระกูลฮุน ถ้าเราตีโจทย์ผิด แล้วผลักสถานการณ์ไปสู่ ความขัดแย้งเกลียดชังระหว่างประชาชนชาวไทย และประชาชนชาวกัมพูชา จะยิ่งเข้าทางสองพ่อลูกนี้ ทุกย่างก้าวของรัฐบาลต้องคิดให้ดี การสื่อสารทางการเมืองต้องเข้มแข็งชัดเจน อย่าให้สมเด็จฯ ฮุนเซน และพลเอก ฮุน มาเนต ยืนยิ้มลูบปากตัวเอง โดยเด็ดขาด