รวบสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลอกขายถุงมือยางทิพย์ เสียหายกว่า 2 พันล้าน

รวบสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ หลอกขายถุงมือยางทิพย์ เสียหายกว่า 2 พันล้าน

View icon 124
วันที่ 18 มิ.ย. 2568 | 14.55 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ดีเอสไอ รวบสาวสมาชิกแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ สร้างเว็บ 2,000 เว็บ หลอกขายถุงมือยางทิพย์ เสียหายกว่า 2 พันล้าน นำเงินไปฟอกเปลี่ยนเป็นคริปโท

วันนี้ (18 มิ.ย.68) ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว พร้อมกำลังเจ้าหน้าที่ตำรวจตรวจคนเข้าเมืองสะเดา เจ้าหน้าที่ชุดจับกุม ร่วมกันจับกุม น.ส.เกษกนก ผู้ต้องหารายที่ 11 ตามหมายจับศาลอาญาที่ 3042/2568 ลงวันที่ 26 พ.ค.68 คดีพิเศษที่ 118/2566 ซึ่งต้องหาว่า กระทำความผิดฐาน “ร่วมกันมีส่วนร่วมในองค์กรอาชญากรรมข้ามชาติ, ร่วมกันนำเข้าสู่ระบบคอมพิวเตอร์ซึ่งข้อมูลคอมพิวเตอร์อันเป็นเท็จ, ร่วมกันฉ้อโกงประชาชนด้วยการแสดงตนเป็นคนอื่น, ร่วมกันฟอกเงินและร่วมกันสมคบโดยการตกลงกันตั้งแต่สองคนขึ้นไปเพื่อกระทำความผิดฐานฟอกเงินและได้มีการกระทำความผิดฐานฟอกเงินเพราะเหตุที่ได้มีการสมคบกัน” โดยจับกุมได้ที่ด่านตรวจคนเข้าเมืองสะเดาจังหวัดสงขลา วานนี้ (17 มิ.ย.) ซึ่งเจ้าพนักงานชุดจับกุมได้แจ้งข้อกล่าวหาและสิทธิตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา และรวมถึงแจ้งว่าต้องบันทึกภาพและเสียงอย่างต่อเนื่องในขณะจับกุมและควบคุมตัวจนกระทั่งส่งมอบตัวให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ซึ่งผู้ต้องหาได้รับทราบแล้ว จึงควบคุมตัวผู้ต้องหาส่งให้พนักงานสอบสวนคดีพิเศษ ดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

คดีดังกล่าวเป็นคดีพิเศษที่ 118/2566 ของกองคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ กรณีแก๊งสแกมเมอร์ข้ามชาติ สร้างเว็บไซต์หลอกหลวงให้ซื้อสินค้า/บริการที่ไม่มีอยู่จริงกว่า 2,000 เว็บ มูลค่าความเสียหายกว่า 2,000 ล้านบาท โดย น.ส.เกษกนก มีสถานะเป็นภรรยาไม่ได้จดทะเบียนสมรสกับนายเดอร์ริค ผู้ต้องหาที่ 3 และได้เปิดบัญชีธนาคาร 2 บัญชี เพื่อใช้หลอกลวงผู้เสียหายให้หลงเชื่อว่ามีการซื้อ-ขายถุงมือยางทางการแพทย์และการให้บริการขนส่งทางเรือ โดยในช่วงแรกได้มีการแจ้งบัญชีธนาคารชื่อน.ส.เกษกนก ให้ผู้เสียหายโอนเงินค่าสินค้า แต่ก่อนที่ผู้เสียหายจะดำเนินการโอนเงิน ได้เปลี่ยนแปลงเป็นบัญชีธนาคารของบริษัทเอกชนอื่น เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือและปกปิดเจตนาที่แท้จริง

ต่อมาเมื่อได้รับโอนเงินแล้ว ก็จะถอนเป็นเงินสดและนำฝากเข้าบัญชีของน.ส.เกษกนก จากนั้นได้โอนเงินต่อไปยังบัญชีของนายเดอร์ริค ซึ่งนายเดอร์ริคได้นำเงินดังกล่าวไปฟอกโดยการลงทุนในเหรียญคริปโทเคอร์เรนซี แล้วถอนออกมาเป็นเงินสดเพื่ออำพรางแหล่งที่มา ตัดความเชื่อมโยงกับการกระทำความผิด

ข่าวที่เกี่ยวข้อง