ที่โครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหินลาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอวัดโบสถ์ จังหวัดพิษณุโลก นายพลากร สุวรรณรัฐ องคมนตรี ประธานอนุกรรมการติดตามและขับเคลื่อนโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริในพื้นที่ภาคเหนือ พร้อมคณะ ไปติดตามโครงการพัฒนาด้านแหล่งน้ำอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ในพื้นที่จังหวัดพิษณุโลก ซึ่งมีทั้งหมด 25 โครงการฯ อยู่ระหว่างดำเนินการ 4 โครงการ ได้แก่ โครงการระบบประปาบ้านโคกผักหวานพร้อมระบบส่งน้ำ, โครงการฝายกั้นลำน้ำภาคพร้อมระบบส่งน้ำ, โครงการสถานีสูบน้ำพร้อมอาคารประกอบค่ายเอกาทศรถ, โครงการทหารพันธุ์ดี (ค่ายสมเด็จพระบรมไตรโลกนาถ)
พร้อมติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำบ้านหินลาดอันเนื่องมาจากพระราชดำริ ซึ่งพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร มีพระราชดำริให้ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดเล็ก เพื่อช่วยเหลือราษฎรในพื้นที่ลุ่มน้ำแควน้อยตอนล่างที่ประสบปัญหาอุทกภัย เป็นแหล่งน้ำสำหรับการเพาะปลูก ตลอดจน ใช้ในการอุปโภคบริโภค สำนักงาน กปร. และกรมชลประทาน ร่วมดำเนินงานสนองพระราชดำริ ก่อสร้างอ่างเก็บน้ำบ้านหินลาดในปี 2527 ลักษณะเป็นเขื่อนดิน พร้อมอาคารระบายน้ำล้นและท่อระบายน้ำ มีความจุสูงสุดที่ 355,000 ลูกบาศก์เมตร
ต่อมาปี 2559 ได้ปรับปรุงระบบส่งน้ำความยาว 2,400 เมตร เพื่อส่งน้ำให้พื้นที่การเกษตรอย่างทั่วถึง และเป็นแหล่งน้ำเสริมทำการเกษตร สำหรับเพาะปลูกข้าวในฤดูฝน 800 ไร่ และหน้าแล้ง 200 ไร่ ให้แก่ราษฎร 180 ครัวเรือน พืชที่ปลูกได้แก่ ข้าวพันธุ์ กข79, กข85 และข้าวพันธุ์พิษณุโลกต่าง ๆ มีการจัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อร่วมกันบริหารจัดสรรน้ำให้แก่สมาชิกอย่างทั่วถึง
ในช่วงบ่าย ไปติดตามโครงการอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้อันเนื่องมาจากพระราชดำริ อำเภอนครไทย ซึ่งในปี 2528 พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จพระราชดำเนินไปทอดพระเนตรสถานีเกษตรที่สูงบริเวณบ้านหนองแม่นา จังหวัดเพชรบูรณ์ ได้พระราชทานพระราชดำริเกี่ยวกับงานชลประทานว่า เนื่องด้วยราษฎรชาวไทยภูเขาผ่าม้ง ในเขตอำเภอหล่มสัก ขอพระราชทานโครงการอ่างเก็บน้ำสำหรับใช้เพาะปลูกเนื่องจากขาดแคลนน้ำมาก จึงควรพิจารณาวางโครงการและก่อสร้างอ่างเก็บน้ำต่าง ๆ ตามความเหมาะสม
ต่อมาปี 2531 สำนักงาน กปร.และกรมชลประทาน ดำเนินการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ลักษณะเป็นทำนบดิน ความจุ 670,000 ลูกบาศก์เมตร สามารถช่วยเหลือพื้นที่การเกษตร 1,000 ไร่ รวมถึงส่งน้ำเพื่ออุปโภคบริโภคให้แก่ราษฎร 340 ครัวเรือน รวม 1,500 คน พืชที่นิยมปลูก ได้แก่ พริก ขิง ข้าวโพด ถั่ว มะเขือ ข้าวไร่ ทุเรียน ฟัก และกล้วย นอกจากนี้ ในปี 2561 ได้ดำเนินการปรับปรุงระบบส่งน้ำอ่างเก็บน้ำห้วยทรายใต้ฯ ทำให้สามารถส่งน้ำให้แก่พื้นที่การเกษตรด้านท้าย จำนวน 300 ไร่ ปัจจุบัน จัดตั้งกลุ่มผู้ใช้น้ำเพื่อร่วมกันบริหารจัดการน้ำในฤดูฝนและหน้าแล้งให้แก่ราษฎรได้อย่างเต็มศักยภาพ