ห้องข่าวภาคเที่ยง - หลังหนังสือพิมพ์ขแมร์ไทม์ส รายงานว่า กัมพูชาตำหนิไทยที่ปล่อยให้มีการสร้างปราสาทสีหานคร ที่วัดภูม่านฟ้า จังหวัดบุรีรัมย์ โดยเลียนแบบนครวัดของกัมพูชา ถือเป็นการละเมิดพันธกรณีของไทยอย่างชัดเจน
ชื่ออย่างเป็นทางการ คือ วัดพระพุทธบาทศิลา หรือ วัดภูม่านฟ้า อยู่ที่ตำบลบ้านสิงห์ อำเภอนางรอง จังหวัดบุรีรัมย์ รอบ ๆ วัดมีการก่อสร้างพระมหาเจดีย์ ภายในประดิษฐานพระบรมสารีริกธาตุ, หลวงพ่อหินในวิหารน้อย, ภาพสลักนูนต่ำ ตั้งเรียงรายให้ได้เห็นตลอดทาง มีลานพระนอน ฐานเป็นรูปปั้นเทวดา ยักษ์ และมนุษย์ ทำจากหินทราย
นายพีระวัฒน์ จันทสิทธิ์ ไวยาวัจกรวัด เปิดใจกับทีมข่าว 7HD ว่า แม้จะถูกกล่าวหาว่าลอกเลียนแบบ แต่ก็ไม่รู้สึกหนักใจอะไรกับการที่รัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา กล่าวหาว่า ทางวัดสร้างเลียนแบบนครวัด เรื่องนี้ไม่ใช่แค่เพิ่งจะเกิด แต่เป็นประเด็นมาหลายครั้งแล้ว และเคยมีหน่วยงานภาครัฐ ทั้งฝั่งไทยและกัมพูชา รวมทั้งรัฐมนตรีกระทรวงวัฒนธรรมของกัมพูชา เคยมาดูการก่อสร้างภายในวัด ซึ่งตอนนั้นก็ระบุตรงกันว่า ไม่ใช่การเลียนแบบนครวัด แต่เป็นปฏิมากรรมที่มาจากจินตนาการของเจ้าอาวาส
แม้ชาวกัมพูชาเรียกร้องให้ยื่นฟ้องศาลโลก โดยบอกว่า เป็นการละเมิดพันธกรณีของไทยอย่างชัดเจนในฐานะรัฐภาคีอนุสัญญามรดกโลกปี 1972 การกระทำดังกล่าวจึงเป็นการบ่อนทำลายคุณค่าอันโดดเด่นของนครวัด ละเมิดอัตลักษณ์ทางวัฒนธรรมและจิตวิญญาณของกัมพูชา และสะท้อนให้เห็นถึงการขาดจริยธรรมอย่างร้ายแรง ทางวัดเองก็ไม่ได้กังวลอะไร ย้ำจุดยืนเดิม ไม่ได้เลียนแบบ