มาริษ ย้ำไม่ได้ลดความสัมพันธ์การทูตกับกัมพูชา

View icon 76
วันที่ 24 มิ.ย. 2568 | 11.06 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - ต้องมาดูความคืบหน้าต่อหลังปิดชายแดนไทย-กัมพูชา ทุกด่านแล้ว จะส่งผลให้ลดปัญหาระหว่างกันได้หรือไม่ หรือจะมีมาตรการเพิ่มเติมอีกเพื่อให้ 2 ฝ่าย หันมาอยู่บนโต๊ะเจรจาระดับทวิภาคี

และจากโพสต์ของ คุณสมชัย ศรีสุทธิยากร อดีต กกต. ที่ตั้งคำถามกับ คุณภูมิธรรม เวชยชัย จริงหรือไม่ ที่มีข้อตกลงในการประชุม GBC กับกัมูชา ยอมให้มีทหารกัมพูชา 5-7 คน มาประจำการที่ปราสาทตาเมือนธม

คุณภูมิธรรมออกมาโต้ทันทีว่าเป็นไปตาม MOU 43 ส่วนการจะเปิดหรือปิดด่านมีการพิจารณามาแล้วถึง 4 ขั้นตอน ทหารอยู่ด่านหน้า เป็นผู้พิจารณา และเชื่อว่า ทางทหารจะสามารถดูแลสถานการณ์ในพื้นที่ได้ ส่วนกรณีปราสาทตาเมือนธรม ที่ปัจจุบันจะมีชาวกัมพูชาและไทยขึ้นไปเที่ยวบนปราสาทตาเมือนธม​ ก็ได้แจงไปแล้วเมื่อครบกำหนดเวลาก็ต้องกลับลงไปตามปกติ

คุณมาริษ เสงี่ยมพงษ์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการต่างประเทศ ยืนยันเช่นเดิมกับการเชิญตัวเอกอัครราชทูตไทยประจำกัมพูชาว่ากลับมาหารือข้าราชการ ไม่ใช่การรั้งตัวไว้ เพื่อลดระดับความสัมพันธ์ เพียงแต่หารือข้อราชการเพื่อกำหนดแนวทางให้บรรลุเป้าหมาย ในการผลักดันให้เกิดการเจรจา

และที่ผ่านมา ประเทศกัมพูชาประกาศตัดไฟเมื่อ 17 มิถุนายน ทางเพจของ พลตรี วันชนะ สวัสดี ออกมาเผยว่า ทางกัมพูชาก็ยังใช้ไฟที่ส่งจากประเทศไทยตามปกติ มีเพียง 3 จุดเท่านั้นที่ตัดไป

เริ่มแล้วปิดด่านติดกับชายแดนไทย-กัมพูชา เป็นการเพิ่มมาตรการยกระดับการควบคุมการผ่านแดน เพื่อป้องกันอธิปไตยและบูรณาภาพแห่งดินแดนของประเทศไทย การรักษาความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สินของประชาชนชาวไทย การป้องกันและการปราบปรามการก่ออาชญากรรมประเภทการค้ามนุษย์ ขบวนการ call center และ hybrid scam พร้อมทั้งให้เกิดความเหมาะสมต่อการปฏิบัติภารกิจในพื้นที่ชายแดนและความมั่นคงของชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง