มติเอกฉันท์ 6 เสียง ป.ป.ช. ชี้มูล ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้านครราชสีมา ผิดอาญา !

มติเอกฉันท์ 6 เสียง ป.ป.ช. ชี้มูล ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้านครราชสีมา ผิดอาญา !

View icon 11.1K
วันที่ 24 มิ.ย. 2568 | 16.25 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
มติเอกฉันท์ 6 เสียง ป.ป.ช. ชี้มูล ผอ.รร.เตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้านครราชสีมา ผิดอาญา ! ฝ่าฝืนระเบียบเก็บเงินบำรุงการศึกษา ไม่นำเข้าบัญชีสถานศึกษา

วันนี้ (24 มิ.ย.68) สืบเนื่องจากกลุ่มผู้ปกครอง โรงเรียนเตรียมอุดมศึกษาน้อมเกล้านครราชสีมา สังกัดองค์การบริหารส่วนจังหวัด (อบจ.) นครราชสีมา กล่าวหาว่า โรงเรียนเรียกเก็บเงินจากผู้ปกครองนักเรียนที่สอบเข้าเรียนชั้นมัธยมศึกษาตอนปลาย คนละ 15,000 บาท ต่อภาคเรียน  และเงินค่าสมัครสอบเข้าเรียนในชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4 คนละ 100 บาท ระหว่างปี พ.ศ. 2554-2559 ตามจำนวนนักเรียน รวมทั้งหมด 60,240,000 บาท เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย ประกอบด้วย ค่าเรียนเสริมทางวิชาการ ค่าบำรุงหอพัก ค่าแม่บ้าน ค่าสาธารณูปโภค ระบบรักษาความปลอดภัย กิจกรรมทัศนศึกษา และอื่น ๆ นั้น แต่กลับนำเงินเข้าบัญชีชมรมผู้ปกครองและครู แทนบัญชีของสถานศึกษา

ทีมข่าว 7HD รายงานว่า คณะกรรมการ ป.ป.ช. มีมติเป็นเอกฉันท์ ด้วยคะแนนเสียง 6 เสียง เห็นชอบความเห็นของคณะอนุกรรมการตรวจสอบและกลั่นกรองสำนวนการไต่สวน คณะที่ 3 ว่าการกระทำของอดีตผู้อำนวยการโรงเรียนฯ ในฐานะผู้ถูกกล่าวหา มีมูลความผิดทางอาญา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 151 และมาตรา 157 ประกอบมาตรา 91 และตามพระราชบัญญัติ (พ.ร.บ.) ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2542 และที่แก้ไขเพิ่มเติม มาตรา 123/1 (ปัจจุบันเป็นความผิดตาม พ.ร.บ.ประกอบรัฐธรรมนูญว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต พ.ศ. 2561 มาตรา 172) ประกอบประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 91

นอกจากนี้ ยังมีมูลความผิดทางวินัยอย่างร้ายแรง ฐานปฏิบัติหน้าที่ราชการ โดยจงใจไม่ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบของทางราชการ มติคณะรัฐมนตรี หรือนโยบายของรัฐบาล อันเป็นเหตุให้เสียหายแก่ราชการอย่างร้ายแรง โดยให้ส่งรายงาน สำนวนการไต่สวน เอกสารหลักฐาน และคำวินิจฉัย ไปยังอัยการสูงสุด เพื่อดำเนินคดีอาญาในศาล และให้ส่งไปยังผู้บังคับบัญชา เพื่อดำเนินการทางวินัย

อย่างไรก็ตาม อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ยังเป็นผู้บริสุทธิ์ จนกว่าจะมีคำพิพากษา

นายนรินทร์ศักดิ์ หลายทวีวัฒน์ พนักงานไต่สวน สำนักงาน ป.ป.ช. ภาค 3 เปิดเผยว่า ข้อเท็จจริงปรากฎว่า ผู้อำนวยการโรงเรียนและผู้ปกครอง จัดตั้งชมรมผู้ปกครองฯ เพื่อเก็บเงิน และพบการเบิกจ่ายเงิน โดยการอนุมัติของชมรมผู้ปกครองฯ  ซึ่งการกระทำเช่นนี้ ขัดต่อ ระเบียบกระทรวงมหาดไทยว่าด้วยหลักเกณฑ์และวิธีการนำเงินรายได้ของสถานศึกษาไปจัดสรรเป็นค่าใช้จ่ายในการจัดการศึกษาในสถานศึกษาสังกัดองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น พ.ศ. 2551 ดังนั้น ต้องจัดเก็บผ่านบัญชีธนาคารของสถานศึกษาเท่านั้น

โดยคณะกรรมการ ป.ป.ช. เห็นว่า อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน ปฏิบัติราชการครูมานาน ย่อมทราบระเบียบกระทรวงมหาดไทยอย่างดี แต่กลับปล่อยให้เกิดกรณีนี้ขึ้น จึงเป็นการจงใจฝ่าฝืนต่อระเบียบ เป็นเหตุให้ราชการเสียหายอย่างร้ายแรง แม้อดีตผู้อำนวยการโรงเรียน พยายามชี้แจงแล้วก็ตาม

ทั้งนี้ แม้ไม่พบการทุจริตที่เกิดขึ้นกับเงินโดยตรง แต่พฤติการณ์แฝงเจตนาทุจริต แสวงหาประโยชน์ให้แก่ชมรมผู้ปกครอง ที่สำคัญ พบพนักงานตรวจสอบย้อนกลับการใช้จ่ายเงิน กลับพบหลักฐานได้ยาก

ด้านนายณัฐวุฒ ขมประเสริฐ รองเลขาธิการคณะกรรมการ ป.ป.ช. ภาค 3 ระบุว่า ปัจจุบันการทุจริตในสถานศึกษายังไม่มีเเนวโน้มลดลง เช่น งบประมาณอาหารกลางวัน แป๊ะเจี๊ยะ และส่วนใหญ่จะเกี่ยวข้องกับการผิดระเบียบ ดังนั้น ต้องทำงานร่วมกัน เพื่อให้ปัญหาลดลง