คนตกค้างลุ้นต่อ เปิดด่านฯ ให้กลับประเทศ

View icon 42
วันที่ 25 มิ.ย. 2568 | 10.43 น.
ห้องข่าวภาคเที่ยง
แชร์
ห้องข่าวภาคเที่ยง - มาตรการควบคุมการเข้า-ออก ตามแนวชายแดน ทำให้ตลาดชายแดนทางภาคตะวันออกหยุดชะงัก การค้าขายลดลงแล้วกว่า 10% ขณะที่เมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวกัมพูชาอีกจำนวนมากไปรอที่ด่านพรมแดน ลุ้นว่าจะอนุโลมเปิดด่านเหมือนเมื่อวานหรือไม่

หลังจากที่กองกำลังบูรพา อนุโลมเปิดจุดผ่านแดน เพื่อรับคนไทย และชาวกัมพูชา ซึ่งตกค้างและมีความประสงค์จะเดินทางกลับภูมิลำเนา บริเวณจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก อำเภออรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว ตั้งแต่เวลา 17.00-20.00 น.

เมื่อวานนี้ พบว่ามีคนไทย ที่ตกค้างอยู่ในกัมพูชา เดินทางกลับเข้ามาจำนวน 1,584 คน ขณะที่ชาวกัมพูชา เดินทางกลับประเทศของตัวเอง 7,422 คน ขณะที่ตอนนี้ยังมีชาวกัมพูชา อีกจำนวนหนึ่งที่ขออยู่ต่อในประเทศไทย เพราะอยากทำงานอยู่เมืองไทย เนื่องจากรายได้ดี

และเมื่อช่วงเช้าที่ผ่านมา ชาวกัมพูชาจำนวนมาก หอบหิ้วสัมภาระ ไปรอกันที่จุดตรวจหนังสือเดินทางขาออก หน้าจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก เพื่อไปรอลุ้นว่าจะมีการเปิดด่านให้กลับประเทศอีกหรือไม่ เพราะเมื่อวานเตรียมตัวไม่ทัน เนื่องจากเลิกขายของในช่วงเย็น จึงทำให้กลับบ้านไม่ได้ และลุ้นกันว่าวันนี้จะอนุโลมเปิดด่านให้กลัประเทศอีกหรือไม่ แต่หากไม่เปิดก็คงขออยู่ต่อในไทย รอจนกว่าสถานการณ์คลี่คลาย หรือ เจ้าหน้าที่จะลดมาตรการควบคุมการเข้า-ออก ตามแนวชายแดน

หลังจากที่มาตรการควบคุมการเข้า-ออก ก็ทำให้มีคนคนไทยจำนวนหนึ่ง ลักลอบข้ามแดนผ่านช่องทางธรรมชาติ บริเวณหลังจุดผ่านแดนถาวรบ้านคลองลึก และทหารกองกำลังบูรพา ร่วมกับชุดเฉพาะกิจอรัญประเทศ สกัดจับได้ 4 คน เป็นผู้ชาย 3 คน ผู้หญิง 1 คน ผู้ที่จับกุมบอกว่าเป็นพนักงานร้านอาหารแห่งหนึ่งในปอยเปต กัมพูชา ต้องการกลับไทย แต่ไม่มีพาสปอร์ต เพราะนายจ้างนำไปทำวีซา จึงข้ามแดนไม่ได้ เพราะไม่มีเอกสารถูกต้อง จึงตัดสินใจจ่ายเงินคนละ 1,500 บาท ให้ชาวกัมพูชาพาข้ามแดนมุดรั้วลวดหน้าเข้ามาทางช่องทางธรรมชาติ

ส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านผักกาด และที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านแหลม อำเภอโป่งน้ำร้อน จังหวัดจันทบุรี ชาวกัมพูชา จำนวนมากขนสัมภาระไปนั่งรอกันที่ด่าน เพื่อรอกลับประเทศ ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างรอขั้นตออนทางเอกสาร ที่เจ้าหน้าที่ด้านความมั่นคงของไทย ส่งไปทางกัมพูชา ว่าจะตอบรับอย่างไร และทางกัมพูชาก็ยังไม่เปิดแผงเหล็กกั้นแนวชายแดน

ขณะที่ ประธานหอการค้าจันทบุรี บอกว่ามาตรการควบคุมการเข้า-ออก ส่งผลกระทบกับการค้าขชายตามแนวชายแดน ซึ่งตอนนี้ที่จังกหวัดจันทบุรี ตัวเลขการค้าลดลงแล้วกว่า 10% จากยอดขายปีละกว่า 40,000 ล้านบาท และหากสถานกาณ์ยืดเยื้อออกไป ก็จะเสียหายมากกว่านี้ ทั้งตัวเลขทางเศรษฐกิจ และเรื่องแรงงาน

ส่วนที่ตลาดการค้าชายแดนบ้านหาดเล็ก อำเภอคลองใหญ่ จังหวัดตราด พบว่าร้านค้ากว่า 50 ร้านค้า พากันปิดเงียบ เพราะเจ้าของร้านค้าส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชา ได้เดินทางกลับประเทศตั้งแต่เมื่อวาน ที่เปิดอยู่ตอนนี้มีเพียงร้านค้าเดียว ซึ่งเป็นร้านขายของฝาก โดยเจ้าของร้านเป็นผู้หญิงชาวกัมพูชา ที่แต่งงานกับผู้ชายไทย แต่ก็ขายไม่ได้เลย เพราะไม่มีลูกค้า เนื่องจากนักท่องเที่ยวหดหาย ทำให้แทบเป็นตลาดร้าง จึงต้องนั่งถักนิตติ้งเพื่อคลายเหงา

ส่วนที่จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก เช้าวันนี้เงียบเหงา ไม่มีผู้คน ไม่มีรถยนต์ ที่จะข้ามไปเกาะกง ฝั่งกัมพูชา แต่ยังเปิดด่านให้นักเรียนจากเกาะกง เข้ามาเรียนตามปกติ และมีแรงงานชาวกัมพูชา ไปรอข้ามแดนด้วย ส่วนร้านค้าก็ปิดหมดทุกร้าน เพราะไม่มีนักท่องเที่ยว

อย่างไรก็ตาม นายชิดศักดิ์ ชุ่มนาเสียว นายอำเภอคลองใหญ่ บอกว่า จุดผ่านแดนถาวรบ้านหาดเล็ก ไมได้ปิด แต่ใช้มาตรการควบคุมด่าน ยังให้ชาวกัมพูชา ที่ตกค้างฝั่งไทยเดินทางกลับได้ และให้ชาวกัมพูชา ฝั่งเกาะกง เดินทางเข้ามาซื้ออาหารการกินได้ แต่ห้ามซื้อไปขาย และให้นักเรียนเข้ามาเรียนได้ รวมทั้งผู้ป่วยฉุกเฉินก็เดินทางเข้ามารักษาฝั่งไทยได้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง