สมศักดิ์ ยืนยัน กัญชาเสรี ต้องแก้ไข เป็นปัญหาพะรุงพะรัง ไม่ให้นำมาใช้สะเปะปะ เสพแบบไม่จำเป็น

สมศักดิ์ ยืนยัน กัญชาเสรี ต้องแก้ไข เป็นปัญหาพะรุงพะรัง ไม่ให้นำมาใช้สะเปะปะ เสพแบบไม่จำเป็น

View icon 343
วันที่ 25 มิ.ย. 2568 | 10.56 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
สมศักดิ์ ยืนยัน กัญชาเสรี ต้องแก้ไข เป็นปัญหาพะรุงพะรัง ไม่ให้นำมาใช้สะเปะปะ เสพแบบไม่จำเป็น ! ที่ผ่านมาพยายามทำแล้ว แต่ความเห็นไม่ตรงกัน เชื่อ จะวุ่นวายแค่ 3 เดือนแรก ผู้ปลูก ร้านค้า-คาเฟ่ สามารถทำต่อได้เพียงแต่ขออนุญาตให้ถูกตามข้อกฏหมาย

25 มิถุนายน 2568 หลังจากที่ นายสมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ลงนามยกเลิกเสรีกัญชา ประกาศให้กัญชากลับมาเป็นสมุนไพรควบคุมเข้มข้น ตามพระราชบัญญัติคุ้มครองภูมิปัญญาแพทย์แผนไทย  ซึ่งเป็นการยกเลิกประกาศฉบับก่อนหน้านี้

โดยนายสมศักดิ์ กล่าวว่า ใจความสำคัญคือการควบคุมกัญชาให้ใช้อย่างเหมาะสมโดยเฉพาะทางการแพทย์ ทั้งการปลูก และการนำไปใช้ที่ต้องมีใบอนุญาตจากแพทย์ ซึ่งเป็นส่วนที่หายไปในฉบับก่อนหน้านี้ สำหรับผู้ที่มีความจำเป็นที่จะต้องใช้ ก็ยังสามารถใช้ได้เหมือนเดิมแบบไม่มีอุปสรรค ต่อให้เปลี่ยนกัญชากลับเป็นยาเสพติดแล้วก็ตาม แต่ถ้านำไปใช้ในทางที่ผิดคงต้องทบทวนใหม่ เพราะจุดประสงค์ก็ไม่ได้อยากให้มีการเสพแบบไม่มีความจำเป็น

ส่วนเรื่องของประมวลกฏหมายยาเสพติดนั้น ตนก็อยากทำให้กลับไปเป็นแบบประมาลกฏหมายที่ออกเมื่อพฤศจิกายน พ.ศ. 2564 ในมาตรา 24 ประเภทที่ 5 ซึ่งมีการควบคุมฝิ่น กัญชา น้ำกระท่อมที่เคยถูกยกเลิกไป ซึ่งอำนาจของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข สามารถนำเข้าหรือถอดถอนได้อยู่แล้วตามคำแนะนำของคณะกรรมการ ปปส. โดยมีนายกรัฐมนตรีเป็นประธาน ส่วนตัวตนเอง มองว่ากัญชาเสรีเป็นปัญหาพะรุงพะรังที่ต้องแก้ไขเพราะเกี่ยวข้องกับหลายส่วน เชื่อว่าใช้เวลาเพียง 3 เดือนทุกอย่างจะดีขึ้น

ยืนยัน ไม่กระทบต่อผู้ที่ปลูกกัญชาอยู่ในตอนนี้ สามารถเก็บเกี่ยวได้ แต่ถ้าจะปลูกใหม่ต้องทำให้ถูกต้องตามกฏระเบียบ เชื่อว่าคงไม่มีปัญหาอะไร เช่นเดียวกับกลุ่มผู้ประกอบการ ร้านค้า-คาเฟ่ ยังสามารถทำต่อได้ แม้จะมีความวุ่นวายในช่วงแรก แต่หากมีเจตนาดี ก็ต้องทำตามกฏระเบียบ เพราะที่ผ่านมาตนได้รับการร้องเรียนจากเยาวชนกว่าแสนคน ให้นำกัญชากลับไปเป็นยาเสพติด เพียงแต่ติดปัญหาความเห็นไม่ตรงกันจากหลายฝ่าย แต่วันนี้เมื่อมีโอกาสก็อยากทำให้ถูกต้อง ฝากถึงน้อง ๆ เยาวชนกลุ่มนั้นว่า ตนกำลังทำตามแนวทางให้ดีที่สุด เชื่อจะชัดเจนยิ่งขึ้นภายในปลายปีงบประมาณหรือปลายปีนี้อย่างแน่นอน

ข่าวที่เกี่ยวข้อง