ดีเอสไอ ประกาศตามหาพยานสำคัญชาวฝรั่งเศส อาจเห็นตุการณ์คดีฆาตกรรมโทโมโกะ เผย หากพยานให้ถ้อยคำจนจับกุมคนร้ายได้ รับเลยเงินรางวัล 2 ล้านบาท
วันนี้ (25 มิ.ย.68) พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.กองคดีคุ้มครองผู้บริโภค ในฐานะโฆษกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เปิดเผยถึงกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ ประกาศตามหาพยานสำคัญสัญชาติฝรั่งเศส ในคดีโทโมโกะ โดยกำหนดสินบนรางวัล 2 ล้านบาท ซึ่งพยานรายดังกล่าวอาจสามารถชี้ช่องเบาะแสจนจับกุมคนร้ายได้ว่า หลังดีเอสไอรับคดีนี้เป็นคดีพิเศษ เมื่อปี 2556 โดยกองคดีความมั่นคงเป็นผู้ดำเนินการสืบสวน แต่จากการสอบสวนยังไม่สามารถหาพยานหลักฐานในการติดตามผู้ก่อเหตุมาดำเนินคดีได้ จึงงดการสอบสวนไปเมื่อปี 2559 กระทั่งเริ่มสืบสวนใหม่ และได้ประสานข้อมูลกับทางการญี่ปุ่นมาอย่างต่อเนื่อง
จนล่าสุดมีแหล่งข่าว ให้ข้อมูลเบาะแสกับพนักงานสอบสวนว่า มีบุคคลชาวฝรั่งเศสน่าจะอยู่ในช่วงเวลาใกล้กับช่วงเกิดเหตุ ซึ่งอาจจะให้ข้อมูลเบาะแสที่เป็นประโยชน์ต่อคดีได้ โดยพยานชายชาวฝรั่งเศสที่พยายามติดตามตัวนั้น ยังไม่ถือว่าเป็นผู้ต้องสงสัย แต่เจ้าหน้าที่ต้องการพบตัว เพราะคาดว่าน่าจะมีข้อมูลสำคัญที่เกี่ยวข้องกับคดีนี้ และได้กำหนดสินบนรางวัลแก่ผู้แจ้งเบาะแสเป็นเงิน 2 ล้านบาท โดยมีเงื่อนไข 2 ข้อ คือ การให้เบาะแสต้องนำไปสู่การพบตัวจริงของชายชาวฝรั่งเศสดังกล่าว และการสอบสวนบุคคลดังกล่าวจะต้องนำไปสู่การจับกุมผู้ก่อเหตุได้ในที่สุดด้วย หากเข้า 2 เงื่อนไขดังกล่าว ก็จะได้รับเงินรางวัลแจ้งเบาะแสอย่างแน่นอน
หลังจากที่พนักงานสอบสวนพบข้อมูลเบาะแสชายชาวฝรั่งเศสดังกล่าวแล้ว จะเร่งตรวจสอบข้อมูลย้อนหลัง เพื่อพิสูจน์ทราบตัวตน อีกทั้งยังได้ส่งข้อมูลให้เครือข่ายของดีเอสไอในประเทศฝรั่งเศส เพื่อช่วยติดตามอีกทางหนึ่งด้วย
ทั้งนี้ ตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทางครอบครัวของผู้เสียชีวิต ยังเดินทางมาติดตามความคืบหน้าคดีทุกปี ซึ่งตนก็เข้าใจหัวอกของคนเป็นพ่อเป็นแม่ ก็อยากจะรู้ว่าใครเป็นคนฆาตกรรมลูกสาวของตนเอง และผู้ก่อเหตุจะต้องได้รับโทษอย่างไร ซึ่งหลังจากที่ดีเอสไอได้รับเบาะแสพยานชายชาวฝรั่งเศสดังกล่าว ก็ได้ประสานไปยังทางการญี่ปุ่น เพื่อแจ้งญาติผู้เสียชีวิตให้ทราบ โดยยืนยันว่าจะทำหน้าที่สอบสวนให้ดีที่สุด เพราะเป็นคดีที่กระทรวงยุติธรรม, ดีเอสไอ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องให้ความสำคัญ เนื่องจากเป็นกรณีที่เกิดขึ้นกับชาวต่างชาติที่อาจส่งผลต่อภาพลักษณ์ของประเทศไทย แต่ก็อยากให้เข้าใจว่า ต้องขึ้นอยู่กับพยานหลักฐานเป็นสำคัญ ที่จะช่วยคลี่คลายคดีนี้ได้
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ดีเอสไอ ได้โพสต์ข้อความประกาศตามหาพยานสำคัญสัญชาติฝรั่งเศส ในคดีโทโมโกะ ระบุว่า ดีเอสไอ โดยกองคดีความมั่นคง มีการสืบสวนที่ 6/2568 กรณีการฆาตกรรม น.ส.โทโมโกะ คาวาชิตะ เหตุเกิดบริเวณโบราณสถานวัดสะพานหิน อำเภอเมืองสุโขทัย จังหวัดสุโขทัย เมื่อวันที่ 25 พ.ย.50 ซึ่งทางการสืบสวนปรากฏข้อเท็จจริงว่า มีบุคคลเป็นชายสัญชาติฝรั่งเศส อาจมีข้อมูลสำคัญเกี่ยวกับเหตุการณ์ก่อนเกิดคดีฆาตกรรมดังกล่าว รวมทั้งมีการเดินทางไปยังจุดเกิดเหตุในเวลาใกล้ชิดการเกิดเหตุ ที่อาจเห็นคนร้าย หรือเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น จึงกำหนดสินบนรางวัลจำนวน 2 ล้านบาท หากมาให้ถ้อยคำและสามารถชี้ช่องเบาะแสไปสู่การจับกุมคนร้ายดำเนินคดี
สำหรับตำหนิรูปพรรณของชายคนดังกล่าว เป็นคนยุโรป อายุในขณะนั้นประมาณ 35 – 40 ปี (ปัจจุบันอายุประมาณ 53 - 58 ปี) แต่งกายด้วยเสื้อยืดคอกลม สีดำ กางเกงขาสั้นผ้าร่มสีดำ รูปร่างสูง ผอม (ส่วนสูงประมาณ 170 - 180 ซม.) ผิวขาว ใบหน้ารูปวงรี ผมสั้นสกินเฮดเท่ากันทั่วศีรษะ สีดำหรือน้ำตาลเข้ม ดวงตาสีน้ำตาลเข้ม หรือดำ สังเกตเห็นโหนกแก้มเด่นชัด คิ้วสีดำ จมูกโด่ง ไว้เคราสีดำ ความยาวไม่เกินหนึ่งข้อนิ้ว มีสันโค้งชัดเจนสังเกตไม่เห็นรอยสัก และไม่มีการใส่ต่างหู พูดภาษาอังกฤษแต่มีสำเนียงแบบชาวฝรั่งเศส
โดยเมื่อวันที่ 25 พ.ย.50 เวลาประมาณ 07.00 - 08.00 น. ชายดังกล่าว ได้มาเช่ารถจักรยานยนต์จากร้าน Coffee Club ในตัวเมืองสุโขทัย เป็นรถยี่ห้อ Honda Click สีฟ้าลายดำ เพื่อใช้เป็นพาหนะในการท่องเที่ยวในเขตเมืองเก่าสุโขทัย และใช้หนังสือเดินทางวางเป็นหลักประกันการเช่ารถ โดยทางร้านมิได้ถ่ายสำเนาเอกสารไว้ ชายคนนี้อาจเดินทางมากับหรือพบกับหญิงชาวยุโรป ซึ่งเชื่อว่าอาจเป็นคู่รัก โดยมีลักษณะเด่นคือผมสีทองเป็นลอน ยาวถึงระดับหัวไหล่ถึงกลางหลัง ปล่อยผม ไม่ได้มัด สวมเสื้อกล้ามสายเดี่ยวสีขาว สวมกระโปรงบานยาวถึงข้อเท้า ลักษณะคล้ายผ้ามัดย้อมสีเหลือง คาดว่าอาจเดินทางออกจากจังหวัดสุโขทัย ไปยังจังหวัดเชียงใหม่ ด้วยรถโดยสารประจำทาง ในวันที่ 25 หรือ 26 พ.ย.50 โดยหากบุคคลดังกล่าวเข้าพบคณะพนักงานสืบสวน และให้ข้อมูลเบาะแสจนนำไปสู่การจับกุมคนร้าย จะมีสิทธิได้รับสินบนรางวัล จำนวน 2 ล้านบาท
ดีเอสไอ จึงขอประชาสัมพันธ์ว่าบุคคลใดที่มีข้อมูลเกี่ยวกับบุคคลดังกล่าว หรือ ข้อมูลอื่น ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการสืบสวน โปรดแจ้งข้อมูลหรือเบาะแสที่ นายสุวพิชญ์ มโนภาส ผู้อำนวยการศูนย์สืบสวนสะกดรอยและการข่าว ปฏิบัติหน้าที่รองผู้อำนวยการกองคดีความมั่นคง ในฐานะหัวหน้าคณะพนักงานสืบสวน โทรศัพท์ 02 8319 8888 ต่อ 50413 Email : chalermphon_ma@dsi.go.th หรือ pind.wg.dsi@gmail.com
เกิดเหตุการณ์ดังกล่าว ทุก ๆ ปี ครอบครัวของ “โทโมโกะ คาวาชิตะ” จะเดินทางจากประเทศญี่ปุ่นมายังประเทศไทย เพื่อทวงถามความคืบหน้าคดีฆาตกรรมลูกสาว ถือเป็นการติดตามคดีอย่างไม่เคยลดละความพยายามของครอบครัวคาวาชิตะและรัฐบาลญี่ปุ่น แม้เวลาจะผ่านไปนานถึง 18 ปีที่แล้วก็ตาม และเหลือเพียงอีก 2 ปี คดีนี้ก็จะหมดอายุความ เป็นเรื่องจริงที่เกิดขึ้น แต่เหมือนเป็นละครดรามา ที่ชวนให้น่าติดตามว่า ตอนจบจะเป็นอย่างไร