เช้านี้ที่หมอชิต - เมื่อวาน "นายกฯ แพทองธาร" ลงพื้นที่อรัญประเทศ จังหวัดสระแก้ว เพื่อรับฟังปัญหาแนวชายแดน สาระสำคัญ คือ "ผู้ว่าฯ สระแก้ว" เสนอยาแรงให้ยกเลิกกิจกรรมความสัมพันธ์ 75 ปี "ไทย-กัมพูชา" และกลับมาเก็บค่าธรรมเนียมอีกครั้ง
วานนี้ (26 มิ.ย.) "นายกฯ แพทองธาร" ควง พลเอกณัฐพล นาคพาณิชย์ รัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงกลาโหม, พลโท อมฤต บุญสุยา แม่ทัพภาคที่ 1 และปลัดกระทรวงมหาดไทย ลงพื้นที่
แต่ก่อนที่จะลงพื้นที่หน้างาน ผู้ว่าฯ สระแก้ว ได้รายงานสรุปสถานการณ์ในพื้นที่ ซึ่งพบข้อผิดสังเกตเรื่องการขออนุญาตทำ "พาสปอร์ต" มากขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ สูงสุดวันละ 200 เล่มจากปกติ 30-40 เล่ม ซึ่งข้อมูลในทางลับพบว่าใช้เดินทางผ่านท่าอากาศยานไปยังพนมเปญ และเสียมราฐ จากนั้นจึงย้อนมาปอยเปต ไปทำงานหรือเล่นพนัน
นอกจากนี้ยังเสนอให้นายกฯ ยกเลิกกิจกรรมความสัมพันธ์ 75 ปี ไทย-กัมพูชา ระงับความช่วยเหลือแบบให้เปล่า ยกเว้นด้านมนุษยธรรม และเสนอให้กลับมาเก็บค่าธรรมเนียมเดินทางของชาวกัมพูชาในเทศกาลสงกรานต์คนละ 1,000 บาท มติ ครม. เดิมให้ยกเว้นแต่คิดว่าควรนำเงินมาพัฒนาประเทศ เพราะสงกรานต์ที่แล้ว ได้คิดเป็นเม็ดเงินคร่าว ๆ 74 ล้านบาท
และในช่วงนี้ "ผู้ว่าฯ สระแก้ว" ได้อธิบายรายละเอียดของหนังสือผ่านแดน หรือ Border Pass ให้ นายกฯ แพทองธาร ฟังอีกด้วย
โดยสรุปตามข้อมูลจากหน่วยงานราชการ คือ Border Pass หรือ หนังสือผ่านแดน คือ เอกสารที่ให้เฉพาะคนที่อยู่จังหวัดชายแดน มีลักษณะเป็นเล่มเหมือนหนังสือเดินทาง
ผู้ที่จะขอ Border Pass ต้องมีชื่ออยู่ในภูมิลำเนาอย่างน้อย 6 เดือน และใช้เดินทางผ่านพรมแดนนั้น ๆ ในช่วงเวลาสั้น ๆ โดยบางแห่งจำกัดเวลา อาทิ 7 วัน หรือ 15 วันแล้วแต่กรณี แล้วแต่ประเทศ
Border Pass 1 เล่มใช้ได้ 1 ปี ราคาเล่มละ 200 บาท บางคนอาจจะใช้ไปแค่ 6 เดือนก็ตราประทับข้ามแดนเต็มแล้วต้องซื้อเล่มใหม่
ส่วน Passport หรือ หนังสือเดินทาง เป็นเอกสารที่ใช้เดินทางระหว่างประเทศ ใช้เดินทางได้ทั่วโลก เหมาะกับการเดินทางระยะยาว ราคาเล่มละ 1,000-1,500 บาทแล้วแต่จะเลือก 5 ปี หรือ 10 ปี
ส่วน Boarding Pass ที่ นายกฯ แพทองธาร พูดย้ำกับ ผู้ว่าฯ สระแก้ว นั้นก็เป็นบัตรผ่านขึ้นเครื่องบินตามที่รู้ ๆ กัน
หลังจากประชุมเสร็จสิ้น นายกฯ แพทองธาร ได้ลงพื้นที่ด่านพรมแดนคลองลึก เพื่อรับฟังปัญหาในพื้นที่ โดยพบว่าผู้ค้าขายส่วนใหญ่เป็นชาวกัมพูชากว่าหมื่นคน ซึ่งขณะนี้มีการผ่อนปรนให้ผู้ค้าสามารถอยู่ในพื้นที่ได้
โดยที่ด่านพรมแดนคลองลึก มีบรรยากาศของชาวบ้านที่มายืนรอนายกฯ 2 แบบ 2 อารมณ์ คือทั้งมาถือป้ายให้กำลังใจมอบดอกไม้ และบางส่วนก็มาแสดงออกถือป้ายไล่นายกฯ
จากนั้น นายกฯรัฐมนตรี เดินทางต่อไปที่จุดบังเกอร์ที่กองร้อยทหารพราน 1202 บ้านป่าไร่ ซึ่งอยู่ติดกับชายแดนพื้นที่อ้างสิทธิ์ เพื่อไปเยี่ยมให้กำลังใจทหาร และมอบสิ่งของอุปโภค-บริโภค
ในช่วงบ่าย นายกฯ แพทองธาร ไปที่ค่ายสุรสิงหนาท เพื่อเยี่ยมให้กำลังใจเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ทหาร และตำรวจ แต่ก่อนถึงค่ายสุรสิงหนาท นายกฯ แพทองธาร บอกให้ทีมงานจอดรถข้างทางแวะซื้อข้าวเหนียวไก่ย่าง นำไปฝากให้กับเจ้าหน้าที่อาสาสมัครรักษาดินแดน นายกฯ ถามแม่ค้าว่า "ขายดีไหม" ซึ่งแม่ค้าตอบว่า ปกติขายดี แต่ว่าช่วงนี้เงียบหน่อย พร้อมกับเดินไปซื้อไก่ทอด
แม่ค้าไก่ย่าง หลังจากที่ "นายกฯ แพทองธาร" เหมาไก่ย่างจนหมดร้าน ซึ่งเจ้าตัวถึงกับกลั้นน้ำตาไว้ไม่อยู่ที่ได้มีโอกาสขายไก่ย่างให้นายกฯ
ก่อนเดินทางกลับกรุงเทพฯ นายกฯ ได้กล่าวขอบคุณเจ้าหน้าที่ปฎิบัติงานทุกคน ที่ปกป้องดูแลประชาชน และยืนยันว่าตนเองเป็นนายกฯ ก็จะทำหน้าที่ให้ดีที่สุดเช่นกัน
ส่วนประเด็นสำคัญที่ต้องติดตามในวันนี้ (27 มิ.ย.) คือ "นายกฯ เตรียมหารือทางโทรศัพท์กับประธานาธิบดีเอมานูว์แอล มาครง แห่งสาธารณรัฐฝรั่งเศส ซึ่งหลายฝ่ายจับตาว่าอาจมีการหารือถึงสถานการณ์ระหว่างไทย-กัมพูชา"
โดยเฉพาะอย่างยิ่งการที่กัมพูชานำพื้นที่อ้างว่าเป็นข้อพิพาท 4 แห่ง คือ พื้นที่สามเหลี่ยมมรกต ปราสาทตาเมือนธม ปราสาทตาควาย และปราสาทตาเมือนโต๊ด ขึ้นศาลโลก