สมช. ยังคุมเข้มมาตรการชายแดนกัมพูชา แต่ไม่เพิ่มมาตรการ

สมช. ยังคุมเข้มมาตรการชายแดนกัมพูชา แต่ไม่เพิ่มมาตรการ

View icon 92
วันที่ 27 มิ.ย. 2568 | 17.26 น.
ข่าวออนไลน์7HD
แชร์
ภูมิธรรมเผยที่ประชุม สมช. ยังคุมเข้มมาตรการชายแดนกับกัมพูชา แต่ไม่เพิ่มมาตรการ เชื่อสถานการณ์จะดีขึ้น อยากให้ความรุนแรงเป็นสิ่งสุดท้าย 

วันนี้ (27 มิ.ย.68) นายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรี และรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม กล่าวภายหลังการประชุมสภาความมั่นคงแห่งชาติ (สมช.) ว่า มีการพิจารณาทบทวนมาตรการต่าง ๆ ในการดูแลพื้นที่ชายแดนทั้งหมด โดยยืนยันว่าปัญหาชายแดนไทย-กัมพูชา ยังใช้มาตรการเดิม เพราะเป็นมาตรการที่ยังใช้ได้ จะใช้สันติวิธีและพยายามหลีกเลี่ยงผลกระทบ ไม่ให้ประชาชน 2 ฝ่ายได้รับความเดือดร้อน  นอกจากนี้ยังมีมาตรการสนับสนุนเจรจาของทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนการปิดด่านผ่านแดน ยังอยู่ในขั้นที่ 1 และ 2 คือการจำกัดเวลาเข้า-ออก และการอนุญาตตัวบุคคล สิ่งที่กัมพูชาประกาศมาตรการใด ๆ ออกมา โดยเฉพาะเรื่องการปิดด่านต่าง ๆ  ถือเป็นเหตุและผลของกัมพูชา แต่ของไทยยังยืนยันในความจริงใจที่จะแก้ไขปัญหา

ขณะที่มาตรการ Seal Stop Safe อยากให้กลับไปทบทวน ว่า สิ่งที่ดำเนินการไป 3-4 เดือน ให้เร่งดำเนินการประเมินผล ว่ายังต้องคงมาตรการตัดน้ำ ตัดไฟฟ้า อยู่หรือไม่ เพราะขณะนี้ชายแดน ส่วนที่เป็นปัญหาอยู่เดิมเริ่มลดน้อยลง แต่ก็ยังมีบางส่วนที่เข้าไปลึกกว่านั้น ก็ต้องดูว่าจะจัดการอย่างไร โดยมอบหมายให้ที่ประชุมคณะเล็กไปพิจารณาดำเนินการ

ผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีที่ผู้ว่าราชการจังหวัดสระแก้ว เสนอให้ยกเลิกการจัดกิจกรรมครบรอบ 75 ปี สถาปนาความสัมพันธ์ไทย-กัมพูชา นายภูมิธรรม กล่าวว่า ยังไม่ได้เสนอเรื่องนี้เข้าสู่ที่ประชุม สมช. เพราะคิดว่ามาตรการที่ดำเนินการขณะนี้ ไทยต้องการแสดงให้เห็นถึงความจริงใจในการแก้ปัญหา และรักษาจุดยืนที่จะพยามแสวงหาความร่วมมือในการแก้ปัญหา ให้ไปอยู่ในจุดเมื่อปี 2567 ส่วนถ้าเปลี่ยนแปลงมาตรการใด ๆ และมีผลกระทบในด้านใด ก็พร้อมที่จะดำเนินการตามสถานการณ์ และอยากให้ความรุนแรงเป็นสิ่งสุดท้าย ที่จะเกิดขึ้นในการแก้ปัญหา หากถามว่าพร้อมหรือไม่ ยืนยันว่ามีความพร้อม แต่ไม่อยากให้เกิดความสูญเสียของประชาชนทั้ง 2 ฝ่าย

ส่วนกรณีที่แม่ทัพภาคที่ 2 ระบุว่าสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชาจะจบก่อน ที่จะเกษียณอายุราชการในเดือนกันยายนนี้ ถือว่ามีแนวโน้มที่ดีขึ้นหรือไม่ นายภูมิธรรม ยืนยันว่าได้ประเมินและได้รับทราบข่าว คิดว่าแนวโน้มจะดีขึ้น ดังนั้นรัฐบาลจึงระมัดระวังในการใช้มาตรการต่าง ๆ ที่จะไม่เป็นการโหมให้สถานการณ์ลุกลามและคิดว่าต้องใจเย็น ยืนยันว่าต้องรักษาเอกราชอธิปไตยของประเทศ และผลประโยชน์แห่งชาติของประเทศไทย ทุกอย่างดำเนินการตามหลักสากล และได้ชี้แจงยืนยันทุกอย่างให้ประเทศต่าง ๆ ได้รับทราบแล้ว

นายภูมิธรรม ย้ำว่าสิ่งสำคัญในขณะนี้ คือ การแก้ไขปัญหาสแกมเมอร์ มอบหมายให้ส่วนที่เกี่ยวข้อง ดำเนินการตั้งฮับ ดูแลป้องกันสแกมเมอร์ในไทย ซึ่งไทยเป็นเจ้าภาพในการประสานงาน