น.ส.ลิณธิภรณ์ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย ย้ำไม่ยกเลิก MOU 43–44 สวนม็อบสร้างวาทกรรมให้เกิดความเข้าใจผิด ถ้ายกเลิกเท่ากับตัดขาตัวเองจากเวทีเจรจา เตือนอย่าหลงกระแสการเมืองเพื่อนบ้านทำลายผลประโยชน์ชาติไทยระยะยาว
วันนี้ (29 มิ.ย. 68) น.ส.ลิณธิภรณ์ วริณวัชรโรจน์ สส.บัญชีรายชื่อ รองเลขาธิการพรรคเพื่อไทย กล่าวถึงกรณีแกนนำปราศรัยชุมนุมเมื่อวานนี้ (28 มิ.ย.68) ที่เรียกร้องให้ยกเลิกบันทึกความเข้าใจระหว่างไทย–กัมพูชา (MOU) ฉบับปี 2544 หรือที่รู้จักในชื่อ “MOU 43–44”
โดยกล่าวว่า รัฐบาลภายใต้การนำของนายกรัฐมนตรี แพทองธาร ชินวัตร ไม่มีแนวคิดในการยกเลิก MOU ฉบับนี้ ซึ่ง MOU 43–44 ไม่ใช่ข้อตกลงที่มอบอำนาจหรืออธิปไตยให้กัมพูชา แต่เป็นเครื่องมือสำคัญที่ช่วยรักษาผลประโยชน์ของประเทศไทยในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล และเปิดช่องให้มีการเจรจาในอนาคต ดังนั้น การรักษา MOU ไว้ ไม่ใช่การยอมแพ้อย่างที่บางฝ่ายมุ่งสร้างวาทกรรม แต่ความจริงคือหลักประกันของไทยที่จะมีสิทธิ์ร่วมกำหนดอนาคตของพื้นที่ทับซ้อน ไทยจึงยังถือไพ่เหนือโต๊ะ ไม่เสียเปรียบเชิงยุทธศาสตร์
หากไทยยกเลิก MOU ดังกล่าว โดยไม่มีกรอบหรือแนวทางรองรับที่เหมาะสมจะทำให้ไทยสูญเสียสถานะการเจรจาในเวทีระหว่างประเทศทันที ขณะที่กัมพูชาอาจหันไปเจรจากับประเทศที่สามแทน ซึ่งอาจทำให้ไทยพลาดโอกาสในการร่วมลงทุนและแบ่งผลประโยชน์จากแหล่งพลังงานในพื้นที่ทับซ้อนทางทะเล
ทั้งนี้ การชุมนุมเป็นเสรีภาพ แต่ไม่ควรสร้างวาทกรรมให้เกิดความเข้าใจผิดในวงกว้าง รัฐบาลนายกฯ แพทองธาร ยึดมั่นในผลประโยชน์ของชาติ จะไม่หลงตามการปลุกปั่นกระแสการเมืองภายในประเทศเพื่อนบ้านระยะสั้น มาทำลายยุทธศาสตร์และผลประโยชน์ระยะยาวของประเทศไทย หากยกเลิก MOU 43-44 เท่ากับตัดขาตัวเองออกจากเวที ไม่ใช่แค่เรื่องพลังงาน แต่หมายถึงความน่าเชื่อถือของประเทศในความสัมพันธ์ระหว่างประเทศด้วย