ลูกทรพี! ต่อย-เตะพ่อ จนสมองบวม เสียชีวิต

ลูกทรพี! ต่อย-เตะพ่อ จนสมองบวม เสียชีวิต

View icon 854
วันที่ 1 ก.ค. 2568 | 08.35 น.
ข่าวในประเทศ
แชร์
วานนี้ (30 มิ.ย. 68) ที่ วัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ศาลา 1 ต.บางกระสอ อ.เมืองนนทบุรี ญาติได้นำศพนายบุญเชิด อายุ 62 ปี อดีตพระเอกลิเก มาประกอบพิธีทางศาสนา หลังจากถูกนายอลงกต อายุ 40 ปี ลูกชาย ทำร้ายได้รับบาดเจ็บ และเข้ารักษาตัวที่ ร.พ.พระนั่งเกล้า ก่อนจะเสียชีวิต ช่วงค่ำวันที่ 29 มิ.ย. 68 ที่ผ่านมา เหตุเกิดที่บ้านพัก ในซอยชุมชนวัดแจ้งศิริสัมพันธ์ ซึ่งทางญาติได้เดินทางไปรับศพจากสถาบันนิติวิทยาศาสตร์ จ.ปทุมธานี โดยผลชันสูตรเบื้องต้น ระบุสาเหตุการเสียชีวิตว่า เลือดออกใต้เยื่อสมองชั้นกลาง

โดยนายชูชาติ อายุ 61 ปี น้องชายผู้เสียชีวิต เล่าว่า เมื่อวันที่ 27 มิ.ย.68 เวลา 23.00 น.ขณะนอนอยู่ในห้องพักอยู่ติดกับห้องนายบญเชิด ผู้เสียชีวิต ได้ยินเสียงคนทะเลาะกัน ตนได้เปิดเข้าไปดูพบว่า นายอลงกต อายุ 40 ปี ลูกชายผู้เสียชีวิต กำลังคร่อมตัวพี่ชาย กำลังชกต่อยและเตะที่ใบหน้าพี่ชาย ตนได้เข้าไปห้าม และพาพี่ชายออกมาบ้านพี่สาวที่อยู่ติดกัน เพราะพี่ชายได้รับบาดเจ็บมีบาดแผลและเลือดเต็มใบหน้า จะพาพี่ไปหาหมอ ซึ่งระหว่างรอรถกู้ภัยมารับ นายอลงกต ยังจะเข้ามาทำร้ายอีก จนต้องกอดรัดนายอลงกต ไว้ไม่ให้ทำร้ายซ้ำอีก หลังจากนั้นได้พาพี่ชายไปหาหมอทำแผล และจ่ายยาและให้กลับมาสังเกตอาการที่บ้าน

นายชูชาติ กล่าวต่อว่า นายอลงกต ผู้ก่อเหตุ ทำงานเป็น รปภ. พอเลิกกับเมีย ก็ย้ายกลับมาอยู่ที่บ้านได้ประมาณ 2-3สัปดาห์ และจะซื้อเบียร์กลับมานั่งกินและสูบกัญชาที่บ้านทุกวัน ส่วนสาเหตุเท่าที่ทราบ นายอลงกต อ้างว่า ผู้เป็นพ่อ เอาเบียร์ไปกินโดยไม่บอก ทำให้มีปากเสียงกันจนทำร้ายพ่อได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิต

น.ส.ณัชชา ลัมสิงห์ อายุ 27 ปี ลูกสาวคนตาย กล่าวว่า วันเกิดเหตุช่วง 5 ทุ่ม พ่อได้โทรมาบอกว่าจะไปหาหมอ เพราะทะเลาะกับพี่ชาย ตอนนี้เลือดเต็มตัวเลย แล้วพ่อได้วางสายไป คงคิดว่ารถมารับไปหาหมอ พอโทรกลับไปอีกพ่อก็ไม่รับสายแล้ว ต่อมามาตอน 04.30 น.พ่อได้ส่งรูปมาให้ดู จนตอนเช้าจึงได้โทรกลับไปหาพ่อ ถามว่าไปทะเลาะอะไรถึงได้รุนแรงขนาดนี้ พ่อได้ส่งใบแจ้งความมาให้ดูว่าได้ไปแจ้งความตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ วันที่ 28 มิ.ย.68 เวลา 12.39 น.ตนได้บอกพ่อว่าให้กินยาแล้วนอนพัก แต่ถ้าอยู่ที่บ้านไม่ได้ให้มาอยู่ที่บ้านตน จะไปรับ พ่อบอกว่าเขาไปอยู่ด้วยแน่ แล้วพ่อก็หายเงียบไป

จนตอนเย็นเพื่อนที่อยู่ใกล้บ้านพ่อได้โทรมาบอกว่า พ่ออาการแย่แล้ว ได้ส่งไปหาหมดอีกรอบ หลังเลิกงานตนได้รีบมาหาพ่อที่ รพ. โดยหมอได้นำพ่อไปสแกนสมอง แต่เป็นรอบ 2 ที่กลับไปหาหมอ หลังจากนั้นได้ย้ายพ่อไปอยู่ห้อง ไอซียู พอตนกลับมาจากต่างจังหวัด ได้ไปเยื่ยมพ่ออีกครั้งแต่ตัวยังอุ่นอยู่ แต่พอช่วง 1 ทุ่ม พ่อเริ่มตัวเย็น หัวใจเต้นเร็วขึ้น และความดันต่ำลง หมอได้ฉีดยากระตุ้นความดันให้ ต่อมาหมอได้บอกว่า พ่อมีเลือดออกในสมองเยอะ และสมองย้ายจากอีกฝั่งไปอีกฝั่ง ทำให้สมองบวม หลังจากเยี่ยมเสร็จ ตนได้กลับบ้านไป แต่ยังไม่ทันถึงบ้าน หมอได้โทรมาบอกว่าพ่อเสียแล้ว

น.ส.ณัชชา กล่าวว่า ก่อนหน้า พ่อได้โทรศัพท์มาหา บอกว่า พี่ชายได้กลับมาอยู่ที่บ้าน ตนได้บอกพ่อไปว่าอย่าไปยุ่งกับพี่ชาย เพราะพี่ชายไม่ค่อยปกติอยู่แล้ว เมื่อก่อนเคยเสพยา แต่เดี๋ยวนี้ไม่ทราบ เพราะไม่ได้สนิทกับพี่ชาย ส่วนพ่อไม่ค่อยลงรอยกับพี่ชาย เวลาพ่อพูดอะไรเหมือนจะไปขัดหูขัดตาพี่ชาย พ่อเคยโทรมาบอกว่า พ่อไปปัดฝุ่นตรงที่นอนพี่ชาย เขาก็ไม่พอใจว่าไปทำของเขาหาย

หลังเกิดเหตุพี่สาว ได้ทักไปหาพี่ชาย ถามว่าไปทำอะไรพ่อ เขาก็บอกว่าแค่ต่อยไปทีสองทีเท่านั้น และยังบอกว่าไม่ได้เมา เขามีสติ ส่วนอาได้เล่าให้ฟังว่า หลังจากพ่อถูกทำร้ายได้พาพ่อไปบ้านญาติที่ติดกัน เขาก็ยังตามไปจะทำร้ายอีก ขนาดพ่อหมดสติไปแล้วเขายังจะทำร้ายอีก อยากให้ตำรวจดำเนินคดีให้ถึงที่สุด พ่อไม่ได้มีโรคประจำตัวอะไร แต่ต้องมาตายแบบนี้

สำหรับ นายบุญเชิด มีอาชีพแสดงลิเก เล่นเป็นพระเอกของคณะ แต่มาระยะหลังอายุมากขึ้นและงานน้อยลง จึงไม่ได้เล่น โดยมีลูกส่งเงินให้ใช้จ่าย และนายบุญเชิด ต้องคอยดูแลแม่ อายุ 90 ปี อยู่ที่บ้าน

ทั้งนี้  ตำรวจ สภ.รัตนาธิเบศร์ จ.นนทบุรี ได้รวบรวมพยานหลักฐาน เพื่อขอหมายจับศาลจังหวัดนนทบุรี ข้อหา ทำร้ายร่างกาย บุพการี จนถึงแก่ความตาย