พรรคร่วมฝ่ายค้าน สรุปเคาะ 4 ประเด็นปลดล็อกประเทศ จี้ ”รัฐบาล“ ถอนร่างกฎหมายกาสิโน แก้รัฐธรรมนูญ ทำประชามติ ส่วนซักฟอก ม.151 รอประเมินสถานการณ์ ยัน ไร้ข้อเสนอนายกฯ ชั่วคราว
วันนี้ (3 มิ.ย.68) นายณัฐพงษ์ เรืองปัญญาวุฒิ สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคประชาชน ในฐานะผู้นำฝ่ายค้านในสภาผู้แทนราษฎร เป็นตัวแทนแถลงผลการประชุมการทำงานร่วมกันของพรรคร่วมฝ่ายค้าน ในวันแรกของการเปิดสมัยประชุมสภาผู้แทนราษฎร ซึ่งใช้เวลาหารือกันประมาณ 30 นาที
โดยนายณัฐพงษ์ กล่าวว่า ผลการหารือกันในวันนี้คือ การนำเรื่องที่ประชาชนอยากเห็นเป็นตัวตั้ง ภายใต้สถานการณ์วิกฤตประเทศในขณะนี้ และวิกฤตศรัทธาที่รัฐบาลชุดปัจจุบัน ขาดความเชื่อมั่นต่อประชาชนอย่างสูง ที่ประชุมจึงหารือถึงการใช้กลไกของฝ่ายค้าน และสภาฯ ในการหาทางออกให้กับประเทศเป็นหลัก โดยยึดหลักการทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้าน แสวงหาจุดร่วมที่จะสามารถผลักดันร่วมกันได้ รวมถึงให้เกียรติและเคารพจุดยืนของแต่ละพรรค ซึ่งแต่ละพรรคอาจจะมีข้อคิดเห็น หรือจุดเด่นที่แตกต่างกันได้
สำหรับ 4 เรื่องหลักที่มีการพูดคุยกัน ซึ่งเป็นปัญหาที่ประชาชนรอฟังคำตอบอยู่ คือ 1.การเดินหน้ากลไกในสภาทุกอย่าง เพื่อกดดันให้รัฐบาลหยุดเดินหน้า หรือถอนร่างพระราชบัญญัติการประกอบธุรกิจสถานบันเทิงครบวงจรออกไป โดยมีเงื่อนไขว่าจะต้องให้ความเชื่อมั่นต่อพวกเรา และประชาชนว่า จะไม่มีการเสนอร่างนี้กลับเข้ามาอีก
2.การเดินหน้าแก้ไขรัฐธรรมนูญ ซึ่งมีรายละเอียดหลายเรื่องที่ไม่สามารถบอกได้ในตอนนี้ แต่หนึ่งอย่างที่เห็นตรงกันในหลักการ คือการจัดทำประชามติ ซึ่งในปัจจุบันยังอยู่ระหว่างศาลรัฐธรรมนูญพิจารณาเรื่องการแก้ไขมาตรา 256 เพื่อเปิดช่องทางสรรหาสมาชิกสภาร่างรัฐธรรมนูญ (สสร.) หรือไม่ โดยพรรคร่วมฝ่ายค้านจะใช้กลไกสภาในสมัยประชุมปัจจุบันตามที่เหมาะสม ในการเดินหน้าเสนอให้มีการจัดทำประชามติ พร้อมกับการเลือกตั้งใหม่
3.การพิจารณากฎหมายนิรโทษกรรม ที่ยังมีรายละเอียดอีกหลายส่วน ซึ่งพรรคร่วมฝ่ายค้านยังเห็นต่างกันอยู่นั้น เราจะตั้งคณะทำงาน เพื่อศึกษาเรื่องนี้
4.การยื่นญัตติเปิดอภิปรายไม่ไว้วางใจตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 151 ซึ่งเราเห็นตรงกันว่า สถานการณ์ภายใต้นิติสงครามที่มีการดำเนินคดีต่างๆ ยังมีความไม่แน่นอนสูง ดังนั้น สิ่งที่พวกเราต้องรอประเมินตอนนี้ คือประเมินสถานการณ์ทางการเมือง เรื่องความชัดเจนของคดีที่ศาลรัฐธรรมนูญกำลังพิจารณากรณีของน.ส.แพทองธาร ชินวัตร ก่อนจะมีการตัดสินใจว่า จะยื่นญัตติเมื่อไหร่
ในส่วนรายละเอียดที่จะต้องมีการหารือกันต่อ รวมถึงเรื่องอื่นๆ ในอนาคต จะเป็นส่วนที่คณะทำงานของพรรคร่วมฝ่ายค้านจะหารือร่วมกันต่อไป
ส่วนกระแสข่าวการเสนอตัวนายกรัฐมนตรีชั่วคราวนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ต้องให้เกียรตินายอนุทินด้วย แต่โดยหลักการ ตนขอย้อนกลับไปในสิ่งที่เราต้องมาประชุมร่วมกันว่า เราประชุมเพื่อหาทางออกให้กับประเทศ ซึ่งวันนี้อาจจะยังไม่เหมาะสม หากจะพูดอะไรไปล่วงหน้า เพราะสถานการณ์ยังไม่เกิด เนื่องจากขณะนี้นายกรัฐมนตรี ยังชื่อน.ส.แพทองธาร เพียงแต่ถูกศาลรัฐธรรมนูญมีคำสั่งให้หยุดปฏิบัติหน้าที่ แต่แน่นอนที่สุดการวิเคราะห์การเมือง การประเมินฉากทัศน์ข้างหน้า ทุกคนสามารถวิเคราะห์ได้ว่าจะเกิดอะไรขึ้นบ้าง โดยการหารือเป็นการภายในนั้น ก็มีการพูดคุยกันถึงเรื่องนี้ ตนขอยืนยันว่า พรรคร่วมฝ่ายค้านทุกคน และหัวหน้าพรรคทุกคนมีการหารือกันว่า เราจะไม่ทำให้การเมืองเดินถึงทางตัน อย่างไรประเทศมีทางออก ส่วนรายละเอียดคิดว่า คุยกันในสถานการณ์ข้างหน้าได้
ด้านนายอนุทิน ชาญวีรกูล สส.บัญชีรายชื่อและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย กล่าวเสริมว่า เรื่องกระแสข่าวเสนอตัวนายกรัฐมนตรีชั่วคราว ตนได้ชี้แจงไปเมื่อวานนี้แล้ว และต้องขอพูดว่า ไม่มีการเสนอตัว เป็นความเข้าใจที่คลาดเคลื่อนอย่างมาก ไม่ได้มีการพูดถึงตรงนั้นเลย ตอนนี้เราพูดในหลักการในสถานการณ์แบบนี้ ใครที่เข้ามาก็ตาม ต้องเข้ามาด้วยระยะเวลาที่เฉพาะกิจ เฉพาะกาล เพื่อมาแก้ไขปัญหาปัจจุบันและยุบสภาให้เกิดการเลือกตั้ง คืนอำนาจให้ประชาชนได้ตัดสินใจต่อไป แต่เรื่องพวกนี้ เราไว้รอถึงเวลาที่เหมาะสมก่อน เพราะตอนนี้นายกรัฐมนตรียังอยู่ในตำแหน่ง
ส่วนกรณีที่พรรคประชาชน มีมติจะโหวตให้นายกรัฐมนตรีคนใหม่ โดยไม่ร่วมรัฐบาล แต่ต้องมีเงื่อนไขนั้น นายณัฐพงษ์ ระบุว่าพรรคประชาชนไม่ได้เสนอว่า เราจะร่วมโหวตหรือไม่ร่วมโหวตให้ใคร ทุกอย่างที่เราเสนอเชื่อว่าเป็นทางออกของประเทศจริงๆ หากวันหนึ่งสถานการณ์ทางการเมืองเดินไปถึงจุดนั้น เชื่อว่าไม่มีใครที่ไม่เห็นด้วยกับสิ่งที่พรรคประชาชนนำเสนอไปเมื่อวานนี้ แต่เข้าใจว่าประชาชนและสื่อมวลชน อาจให้ความสนใจเรื่องการรวมขั้วทางการเมือง
เมื่อถามว่า หากมีการเสนอชื่อนายชัยเกษม นิติสิริ เป็นนายกรัฐมนตรี จะมีการโหวตให้หรือไม่ นายณัฐพงษ์ ระบุว่า ไม่ได้อยู่ที่ว่าจะโหวตให้ใคร จะนายชัยเกษม หรือนายอนุทิน แต่เราดูที่จุดยืนร่วมกันว่า การออกเสียงของพรรคประชาชน และพรรคร่วมฝ่ายค้านแต่ละพรรค แต่ละคนมีจุดยืนของตัวเอง ในส่วนของพรรคประชาชน เรายืนยันในหลักการว่า การโหวตให้ใครก็ตาม เราไม่ยึดติดกับตัวบุคคลหรือพรรค แต่ต้องเป็นการสร้างทางออกให้กับประเทศได้
เมื่อถามถึงจุดยืนร่วมกันระหว่างพรรคภูมิใจไทยและพรรคประชาชนในเรื่องการยุบสภา นายณัฐพงษ์ กล่าวว่า เฉพาะในส่วนพรรคประชาชน เราเชื่ออย่างนั้นอยู่แล้ว นายอนุทิน กล่าวเสริมว่า ตนพูดชัดเจนแล้ว